Thursday, July 11, 2013

ประวัติและด้านมืดของน้ำยาทาเล็บ


รู้มั้ยว่าการทาเล็บมีประวัติยาวนานถึงเจ็ดพันกว่าปีมาแล้วถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศอินเดียและพวกเค้าก็ใช้เฮนน่าเนี่ยแหละเอามาเป็นสีทาเล็บด้วย ต่อมาในสมัยอียิปโบราณเหล่าราชินีก็นิยมตกแต่งเล็บมือเท้าด้วยสีแดงเจิดจ้าแสดงถึงบารมีประจำตัวว่าข้าน่ะเข้มแค่ไหน เช่นพระนางเนเฟอร์ติติทาสีแดงทับทิม,คลีโอพัตราทาสีแดงเลือด ส่วนสามัญชนคนธรรมดารวมถึงเหล่าทาสทั้งหลายก็มีสิทธิทาได้แค่สีซีดๆจางๆเท่านั้นแหละนะ

สปาเล็บสมัยอีิยิปโบราณ


ในประเทศจีนเองก็เหมือนกันที่การทาเล็บถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่งและสถานะทางสังคม เ่ช่นในสมัยราชวงศ์หมิงจะมีเฉพาะเหล่าราชนิกุลเท่านั้นที่ได้รับสิทธิให้ทาเล็บด้วยสีแดงและดำ ส่วนในสมัยราชวงศ์โจวก็็ดูดีมีระดับได้อีกเพราะเลือกทาแต่สีเงินทอง มีไฮไลท์อยู่ที่เหล่าสตรีชั้นสูงยุคนั้นจะตั้งใจไม่ยอมตัดเล็บจนยาวเฟื้อยเป็น10 ซม.เพื่อบอกเป็นนัยๆว่าชั้นคือคุณนายไฮโซผู้มีชีวิตสุขสบายเกินกว่าต้องคอยตัดเล็บเพื่อทำงานหนักดั่งพวกชนชั้นแรงงาน  ส่วนน้ำยาทาเล็บที่ใช้ในยุคนั้นก็เป็นสูตรที่ีคนจีนคิดค้นขึ้นมาเองจากธรรมชาติล้วนๆส่วนผสมมีแค่ขี้ผึ้ง,ไข่ขาว,อาราบิกกัม,เจลาติน,สีที่สกัดจากดอกไม้ และแร่เงินทอง แต่กว่าจะแห้งก็..รอนาน..หน่อยนะ


สงสัยมั้ยว่าแล้วน้ำยาทาเล็บที่ขายกันตอนนี้เค้าไปได้รับอิทธิพลมาจากไหนกัน? ย้อนไปในยุค 30's น้ำยาทาเล็บขวดแรกของโลกได้อุบัติขึ้นจากไอเดียของมิเชล หญิงสาวชาวฝรั่งเศสที่ำทำงานอยู่ในโรงงานผลิตสีรถยนต์ วันนึงชีเกิดได้แรงบันดาลใจจากสีไฮกลอสที่ใช้พ่นกันในอู่ ด้วยหลงไหลในความเงางาม ทนฝน สะท้อนแดด ไม่หลุดลอกกระเทาะง่าย ทาแล้วยังแห้งไวไ่ม่ต้องใช้เวลามาก จึงเกิดความคิดเอาสีทารถมาประยุกต์ใช้เทใส่ขวดเสียบแปรงเี้ี้ร่ขายตามบิวตี้ซาลอนต่างๆซะเลย ผลปรากฎว่าสินค้าตีตลาดแรงเกินคาด จนเจ้าของบริษัทผลิตสีรถยนต์แห่งนั้นเปลี่ยนชื่อจาก Revson มาเป็น Revlon จนถึงทุกวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไ่่ม่ยอมเปลี่ยนแปลงก็คือสารเคมีที่ใช้ในน้ำยาทาเล็บที่ขายกันเกลื่อนกลาดในปัจจุับันมันยังมีส่วนผสมไม่ต่างจากแบบที่ใช้ทำสีรถยนต์ ขนาดที่ว่าเคยมีชายหนุ่มเอาน้ำยาทาเล็บมาทารถประชดรักก็ปรากฎมาแล้ว 




ยังไงก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของไอเดียที่ทำให้ผู้หญิงเราได้มีน้ำยาทาเล็บใช้กันจนวันนี้ แต่ด้านมืดก็คือส่วนผสมที่ใช้มันไม่ปลอดภัยพอที่จะเอามาให้มนุษย์สูดดมหรือทาลงบนเล็บเอาซะเลย แถมยังถือเป็นขยะอันตรายที่ต้องทิ้งให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันสารพิษปนเปื้อนสู่ธรรมชาติอีกด้วย รู้มั้ยว่าน้ำยาทาเล็บโดนจัดให้เป็นเครื่องสำอางค์ที่มีพิษสูงที่สุด โดยเฉพาะ  Toxic Trio 3 สารที่เป็นส่วนผสมหลักๆที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์และการเจริญเิติบโตของทารกในครรถ์ เพียงแค่ไอระเหยที่ลอยออกมาก็เป็นพิษต่อปอด ทำให้ระคายเคืองตา ทำลายภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอในระยะยาว โชคร้ายสุดคือบรรดาลูกจ้างระยะยาวตามร้านซาลอนถึงกับต้องล้มป่วย บ้างเป็นโรคปอดทั้งๆที่ไม่สูบบุหรี่ บ้างก็เป็นมะเร็งนม มะเร็งหน้า ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าการทำงานในร้านเสริมสวยทำให้ต้องสะสมสารพิษรวมถึงจากน้ำยาทาเล็บด้วย! อนิจจัง อยากเปลี่ยนอาชีพก็สายไปเสียแล้ว





สภาคุ้มครองผู้บริโภคแฉเจอสารพิษตอนสุ่มตรวจน้ำยาทาเล็บเพียบเลย
เหตุที่น้ำยาทาเล็บสูตรทารถยังคงขายได้มาตลอด 80 กว่าปีแบบไม่มีโดนแบนหรือเปลี่ยนสูตร เป็นเพราะผู้ผลิตและอย.ไม่ได้แคร์สุขภาพของผู้บริโภคมากพอที่จะปรับส่วนผสมให้ปลอดภัยกว่ายกเว้นจะปรับแต่ราคาให้สูงขึ้น อีกเหตุผลที่ปฎิเสธไม่ได้ก็คือผู้หญิงเราเมื่อตกอยู่ในภวังค์อยากสวยแล้วส่วนใหญ่ก็จะละเลยเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของตัวเองไปสิ้น เคยมั้ยที่ต่อให้เหม็นแค่ไหนชั้นก็ยินดีกลั้นใจทาจนเล็บสุดท้าย ตอนอยากได้ขวดใหม่ก็เลือกหาแต่สีสันที่ถูกใจ ยิ่งยี่ห้อไหนติดทนนานก็ยิ่งเป๊ะถือว่ามีคุณภาพดี แต่หากต้องแลกกับการรับพิษเข้าร่างเพิ่มมันทุกครั้งที่ทา แล้วยังจะคิดว่ามันมีคุณภาพดีอยู่อีกมั้ย? โดยเฉพาะในยุคมะเร็งครองโลกด้วยแล้วเรายิ่งต้องป้องกันตัวเองจากสารอันตรายที่แฝงอยู่ในสินค้าไ่ม่ใช่อาบยาพิษบนนิ้วมืออย่างไม่หยุดหย่อน คิดอีกทีเล็บก็ไม่ใช่กระโปรงรถซะด้วยที่ต้องทาทับด้วยสีอุตสาหกรรมตลอดเวลา ยิ่งถ้าไม่ปล่อยให้มันได้เปลือยรับออกซิเจนบ้างอาจก่อปัญหาเล็บเหลืองตามมาซึ่งนอกจากจะไม่สวยแล้วยังดูป่วยกว่าเดิมอีก


Natural First น้ำยาทาเล็บไร้สารพิษ
หากคุณเป็นคนนึงที่ชอบทาเล็บแต่ไม่เต็มใจสะสมสารพิษเข้าร่าง ปัจจุบันนี้มี
นวัตกรรมใหม่สดๆร้อนๆออกมาเป็นน้ำยาทาเล็บสูตรน้ำที่นับเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับใครที่ห่วงใยสุขภาพและอยากช่วยโลกของเราให้เฮลตี้ขึ้น  คิดค้นโดยผู้ผลิตอินดี้ที่มีความฝันอยากให้ผู้หญิงทาเล็บได้อย่างสุขกาย สบายใจ ไร้กลิ่นเหม็นฉุน เด็กทาได้ คนท้องคนก็ทาได้ ไม่ต้องใช้น้ำยาล้างเล็บด้วยนะแค่แช่มือลงในน้ำ 3 นาทีแล้วสะกิดๆตรงมุมเล็บ สีก็จะหลุดออกมาปั๊บ ตัวฝาขวดเป็นงานแฮนด์เมดทำด้วยไม้มะพร้าวเพราะอยากให้ทุกชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกันซักขวดเดียว สนใจอยากเปลี่ยนประสบการณ์การทาเล็บก็คลิกเข้าไปเลือกซื้อสีที่ถูกใจกันได้ที่ www.nfcosmetics.com รับรองว่าจะติดใจจนไม่อยากกลับไปดมกลิ่นเหม็นๆแบบเก่าอีกแน่นอน

3 comments:

  1. เดี๋ยวนี้มียาทาเล็บที่เป็นเฮนน่าแล้วนะครับ ลองหาดูได้ในเว็บนะ สำหรับคนที่ไม่ชอบพวกเคมี

    ReplyDelete
  2. คุณเฟิร์สยังทาน raw food อยู่มั้ยคะ อยากทราบว่าเป็นยังไงบ้าง พอดีกำลังหันไปสู่raw food ค่า ตอนนี้ก็ 80% raw แล้วค่ะ แต่เวลาพบญาติๆเพื่อนๆลำบากนิดหน่อย มีทางแก้ไมั้ยคะะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ดีมากๆเลยค่ะที่พยายามเปลี่ยนมาทานแบบรอว์ รับรองว่าสุขภาพจะดีขึ้นแน่ๆค่ะถึงแม้ไม่ได้เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนเฟิร์สก็ยังทานรอว์อยู่ค่ะแต่ก็ไม่ได้เต็มร้อยนะคะเพราะยังทานอาหาร cooked บ้างแต่มื้อเช้าจะเป็นผลไม้อย่างเดียวค่ะ กลางวันเย็นก็แล้วแต่วัน แต่พยายามทานอาหารที่สดใหม่ เพราะอาหารแปรรูปปรุงสำเร็จจะมีสารแปลกปลอมผสมอยู่ค่ะ สำหรับเวลาไปเจอเพื่อนๆหรือสังสรรบรรดาญาติก็แล้วแต่สถานกาณ์ค่ะ ถ้าเตรียมพวกสลัดเองได้ก็จะเอาไป ไม่งั้นก็จะสั่งเป็นอาหารที่้ร้านแต่เ็ป็นมังสิวรัติเท่านั้นค่ะ

      Delete