Sunday, March 17, 2013

ธรรมกาย ทำไมต้องเว่อร์?


เป็นที่รู้กันดีทั้งชาวพุทธและไม่พุทธว่าหลักธรรมคำสอนเน้นๆของพุทธศาสนาคือการ "ปล่อย" ไม่ยึดติดกับอำนาจ ทรัพย์สินเงินทองข้าวของนอกกาย แม้แต่อารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง ที่เกิดขึ้นในใจก็ต้องปล่อยไปหากต้องการพ้นทุกข์อย่างแท้จริงและถาวร  เพราะความจริงของชีวิตไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้ สุดท้ายแม้แต่ร่างกายตัวเองก็ยังโดนเผาทิ้ง ตอกย้ำแนวคิดปลงๆนี้ด้วยภาพชินตาของพระพุทธเจ้าที่เราได้เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก คือภาพที่ท่านใส่จีวรนั่งใต้ต้นโพธิ์กลางป่า หลับตาทำสมาธิ ให้อารมณ์สมถะ ไม่ยึดติดกับสิ่งภายนอกได้ีดีมาก ขนาดเคยเป็นถึงเจ้าชายในวังผู้ร่ำรวยด้วยเงินทองมหาศาลก็มิได้ติดหรู แม้จะถูกเสด็จพ่อหลอกล่อให้มัวเมาในกามด้วยเหล่านางบำเรอเป็นหมื่นนาง ก็ไม่ทำให้หวั่นไหวในกิเลสตัณหา กลับเดินทางเข้าป่าเพื่อค้นหาความสงบทางใจโดยใช้ปัญญาและการนั่งสมาธิมองลึกเ้ข้าถึงตัวตนจนตรัสรู้ เป็นที่น่าเคารพเลื่อมใสมาถึงทุกวันนี้



จริงอยู่ว่าพระส่วนใหญ่สมัยนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตสันโดษในป่าเขาแบบพระพุทธเจ้ากันซะเท่าไหร่ เพราะอาศัยอยู่ในวัดกันซะมาก แต่สภาพโดยรวมของวัดทั่วไทยที่เคยไปสัมผัสก็ยังให้ความรู้สึก Minimalist สมถะ เรียบง่าย สไตล์บวชอย่างพอเพียง ต่างกันมากกับวัดแถวปทุมธานีที่ครั้งนึงเคยโดนทางโรงเรียนเกณฑ์ให้ไปร่วมทำกิจกรรมโดยไม่ถงไม่ถามความสมัครใจจากนักเรียนซ้าากคำ และในวันนั้นเองที่ทำให้อิมเมจวัดพุทธในอุดมคติต้องแตกกระจายไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มจากวัตถุประหลาดทรงกลมที่ชวนให้สงสัยว่าเอเลี่ยนพันธ์ทองที่ไหนมาจอดยานแม่ทิ้งไว้ที่ปทุม ถ้าไม่ใช่ แล้วมันมาำทำอะไรอยู่ตรงนั้น? ถึงแม้เจ้าของไอเดียจะบอกว่านี่แหละคือมหาเจดีย์ แต่ก็มีหลายคนพร้อมใจตั้งชื่อใหม่ให้ว่าจานบินไปซะละ แต่ส่วนตัวคิดว่าหัวนมทองก็เหมาะสมดี


ศิษย์ธรรมกาย หรือ ธรรมาเฟีย?

ต่อด้วยพื้นที่วัด 2000 กว่าไร่ที่กว่าจะได้มาต้องแลกด้วยการทำสงครามยึดที่นากับชาวบ้านละแวกนั้นจนเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โต เห้อ.. อนาถดีแท้ แค่เริ่มสร้างยังกร่างขนาดนี้ นายธรรมเกียรติ อาจารย์พิเศษในมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เล่าว่า 

"ในอดีตวัดพระธรรมกายเคยมีข่าวลูกศิษย์พกปืนขับไล่ชาวบ้านและโรงเรียนให้ออกจากที่ดินใกล้บริเวณวัด ทั้งที่วัดมีที่ดินเพียงพอต่อการปฏิบัติธรรมอยู่แล้วไม่รู้ว่าจะต้องการพื้นที่มากขนาดนั้นไปเพื่ออะไร" 







และด้วยขนาดของวัดที่กว้างอย่างกะสนามกีฬาืจึงสามารถรองรับญาติโยมได้กว่าล้านที่นั่ง ดังนั้นถ้าใครหวังจะหาวัดเงียบๆแถบชานเมืองเพื่อหลบหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงที่พลุกพล่านด้วยประชากรหนาแน่นล่ะก็ คุณจะต้องผิดหวังกับวัดนี้ เพราะทุกวันจะมีคนมากมายราวกับมีงานวัดใหญ่ตลอดเวลายิ่งวันอาิิทิตย์ต้นเดือนจะพากันมาทำบุญเป็นหมื่นๆ! ทำไมต้องเป็นอาทิตย์ต้นเดือนด้วย? 


"สิ่งที่อยากพูด คือ การบิดเบือนหลักพระพุทธศาสนา คือ เขาจะเชิญชวนญาติโยมไปทำบุญในวันอาทิตย์ทุกต้นเดือน อันนี้สำคัญที่สุด จุดนี้คือจุดหาเงิน คนเก็บหอมรอบริบเพื่อไปซื้อบุญมีเป็นจำนวนมาก เพราะเขาโฆษณาว่า การทำบุญในวันอาทิตย์ต้นเดือนหนึ่งครั้งได้บุญกว่าการทำบุญกับพระพุทธเจ้าจริง ๆ เสียอีก มากกว่าเป็นอสงไขยเท่า" จาก สัมภาษณ์พิเศษ พระอดิศักดิ์ วิริยสกโก 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งธรรมกาย (2542)  



นอกนั้นยังมีจัดอีเว้นท์ให้ชาวบ้านมารวมตัวกันบวชเป็นหมื่นเป็นแสนล้านรูป หวังสร้างสถิติและโปรโมทความอลังการให้ดังไปทั่วโลก แต่มันจะขัดกันไปหน่อยมั้ย กับคำสอนของพุทธที่มุ่งให้รู้จักความพอดีไม่มีอีโก้? โดยเฉพาะการบวชที่ควรทำใจให้ว่างและสงบไม่ใช่หรือ? แอบสงสัยไม่ได้ว่าถ้ามีใครซักคนอยากบวช ทำไมไม่ไปบวชที่วัดแถวบ้าน? จะมารวมตัวกันบวชกับคนอีก 999,999 คนเพื่อ? อะไรคือเหตุผลจริงที่ทำให้คนทั่วประเทศมารวมตัวบวชที่วัดเดียวกัน เค้าสมัครใจมากันทุกคนมั้ย? ความเห็นหนึ่งของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า..



"ตอนอุบาสิกาแก้วนะคะ เบื่อมาก มันมาที่หมู่บ้านพิษณุโลกนี่แล้วก็ให้หาคน 100 คนในเขตตำบลที่แม่อิชั้นอยู่นี้ไปบวช นี่ต้องเกณฑ์คนกัน 2-3 หมู่บ้านเชียว อิชั้นก็ถามแม่ว่าไปทำไม พอดีบ้านอิชั้นอยู่แถวธรรมกายนั่นแหละ ก็เคยเล่าให้แม่ฟัง ตอนเรียนอยู่ มธ. แล้วไปทำบุญ เจอบุญเงิน บุญทองเข้าไป พวกอิชั้นถึงกับขอลาเลย แม่ก็บอกว่าทำไงได้ ญาติไปรับปากเขาแล้ว เล่นแจกของมาสะเพียบ เจ้าอาวาสวัดแถวบ้าน ก็ได้เงินอีก ใครจะไม่ไป สรุป เอารถบัสมาขนคนไปหมดทั่วไทย อิชั้นก็ไปดู วุ้ย ลูกหลานวิ่งเล่นกันเพลินหล่ะ ได้บุญกันเต็มๆ ดังนั้นเงินที่ท่านๆทำบุญมาหน่ะ อิชั้นได้บุญเต็มๆ มีนมตั้งอยู่เฉพาะที่บ้านอิชั้น 10 ลัง ปลากระป๋อง 5 ลัง ข้าวสาร อีกเพียบ แล้วจะให้อิชั้นศรัทธา พูดมาร้อยเรื่องก็คงไม่เชื่อแล้ว แต่อิชั้นก็กินนะ ทิ้งมันเสียดาย"





ตอนจัด บวชสามเณร หมื่นรูปทางวััดก็เที่ยวไปเหมานายทหารมาบวชกันจนหมดกองร้อย ทั้งๆที่การบวชเรียนเพื่อเข้าถึงศาสนาให้มากขึ้นนั้นมันคืออิสระและการตัดสินใจส่วนบุคคล ถ้าเมื่อไหร่มีการบังคับให้นับถือหรือจ้างให้มาบวชโดยไม่ถามความยินยอมก็ถือได้ว่าไม่น่าเคารพหรือแม้แต่จะเอาตัวไปเกลือกกลั้วด้วย การกระทำแบบนี้นอกจากวัดจะพยายามสร้างภาพให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าธรรมกายคือวัดที่น่าเลื่อมใสระดับประเทศแ้ล้ว มันยังเป็นเหมือนการจัดพิธีล้างสมองครั้งใหญ่ ที่เรียกว่า Groupthink หรือการบังคับให้คนกลุ่มใหญ่มาใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน ตัดผมให้เลี่ยนเกรียนทรงเดียวกัน ทำกิจกรรมตามคำสั่งด้วยกัน จนไม่เหลือความเป็นปัจเจกชนเพราะสมองถูกใช้ในการจดจำและทำตามคำสั่งของหัวหน้า สุดท้ายกลายเป็นทาสลัทธิ ขาดความสามารถในการไตร่ตรองเหตุผลต้วยตนเอง

ธัมมี่ นักเซลบุญหมื่นล้าน
ส่วนรูป Before & After ที่เห็นอยู่ก็คือผู้รับตำแหน่งขับขี่ยานทองของวัดจานบินที่จะเป็นของใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่เจ้าอาวาสธัมมชโยหรือ"ธัมมี่" ศิษย์แม่ชีจันที่เคยแสดงอภินิหารปัดระเบิดนิวเคลียร์จากไทยไปลงฮิโรชิม่า! จริงๆแล้วธัมมี่ไม่มีสิทธิจะเป็นแม้แต่พระซะด้วยซ้ำเพราะถูกปาราชิกไปนานมากแล้วเพราะโกงเงินวัดไป 35 ล้านบาท แต่ด้วยอำนาจมืดจากมือที่มองไม่เห็น ทำให้ธัมมี่ยังมีศักดิ์เป็นเจ้าลัทธิได้ดังเดิม แถมล่าสุดแกหลอนหนักออกมาประกาศว่าตัวเองเป็นหัวหน้าพระพุทธเจ้า แต่กลับมีพฤติกรรมเยี่ยงเซเล็บไม่ปลงสังขาร ทั้งการโปรโมทตนเองในทุกช่องทาง แถมยังแอบไปศัลยกรรม กรีดตาสองชั้น ขัดหน้าให้เปลี่ยนจากดำหลุมบ่อ เป็นขาวเนียนกริบ แลดูอ่อนเยาว์ในวัย 65 ปี คงเกรงว่าหนังหน้าเก่าจะไม่เงาขึ้นกล้อง เดี๋ยวลำแสงออร่าจะไม่ส่องประกายในยามจำหน่ายบุญ รวมถึงการแต่งกายที่ดูเยอะ ทั้งใส่เสื้อยืดแขนยาวสีเดียวกับจีวรผ้าป่านสวิส บวกกับถุงน่องครึ่งแข้งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ซึ่งแกก็ออกมาแุถว่าจำเป็นต้องเยอะนะจ๊ะเพราะเป็นป่วยเป็นเบาหวาน ซึ่งตรรกะงงๆแบบนี้ทำให้สงสัยว่าธัมมี่เป็นพระสงฆ์องค์แรกที่เป็นเบาหวานในประเทศนี้หรอไง? ทำไมจึงไม่เคยพบเห็นพระแ่ต่งกายด้วยดีไซน์นี้มาก่อนเลยในชีวิต? ลองฟังธรรมะของธัมมี่แล้วยิ่งบัดซบ มีการบอกว่ากราบพระพุทธรูปที่ธรรมกายได้บุญมหาศาล กราบ 1 ครั้งได้บุญล้านครั้ง เพราะที่วัดมีพระพุทธรูปล้านองค์! กราบ 2 ครั้ง ได้บุญสองล้านครั้ง! 




ความบัดสีของธัมมี่ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะเจ้าอาวาสแห่งธรรมกายนายนี้ยังไปแอบกิ๊กสีกาทั้งที่โสดและีที่เป็นเมียชาวบ้านอีกมากมายหลายนาง ทั้งๆที่เรื่องจีบหญิงและม่อสาวนั้นไม่ใ่ช่กิจของสงฆ์ ต่อให้ไม่ต้องบวชก็รู้กันดีทั่วหน้า แต่ธัมมี่กลับไม่สำรวมกิริยาหรือแม้แต่จะพยายามบังคับความต้องการเบื้องต่ำเลยซักนิด เมื่อหัวหน้าัลัทธิเป็นแบบนี้ แล้วจะมาสอนพระลูกวัดให้ดีได้ยังไง?

สยามธุรกิจ : นอกจากพยายามสร้างภาพตัวเองว่าเป็นหัวหน้าพระพุทธเจ้าแล้ว ที่หลัก ๆ และที่น่าเกลียดมาก ๆ มีอะไรอีก 

พระอดิศักดิ์ : น่าเกลียดมาก ๆ ก็คือ การเย้าแหย่สีกา เช่น เจอสีกาที่สวยๆ ถูกใจก็จะเย้าแหย่แหมวันนี้นะคุณแดง (สมมุติชื่อ) แก้มแดง น่าหยิก แหมหูสวย หน้านวล จมูกโด่ง คือชมกัน แบบชายหนุ่มเกี้ยวหญิงสาว มันก็เหมือนหมาหยอกไก่นั่นแหละก็เคยมีคนมาสารภาพให้อาตมาฟังว่ามันติด เข้าใกล้แล้วมันลืมโลกไปเลย แล้วก็มีเรื่องเยอะแยะเกี่ยวกับสีกา ซึ่งอาตมาตอนอยู่ที่นั่นเป็นคนคอยกันสีกาออกไป แล้วก็พบเรื่องสีกาแย่งกันไปแย่งกันมา ถึงกับทะเลาะเบาะแว้งกัน บางคนก็มาร้องห่มร้องไห้
สัมภาษณ์พิเศษ พระอดิศักดิ์ วิริยสกโก 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งธรรมกาย (2542)


คณะทำงาน : แล้วความสัมพันธ์แบบเห็นกันจะๆ ชัดๆ นะ มีไหมครับ

พยาน 1 : ก็ในบ้านเลย บ้านใกล้ๆ ซอยสายลม เข้าไปในซอยมีโค้งซ้าย บ้านอยู่ขวามือ ภายในรั้วมีบ้าน 3 หลัง หลังแรกเป็นออฟฟิศบริษัททำแขนขาเทียมและขายอุปกรณ์ให้กับทหารพิการในกองทัพ จากประตูใหญ่เข้าไปซ้ายมือเป็นออฟฟิศบริษัท ขวามือเป็นบ้านน้าที่พวกเราเรียกว่า “อี๊” เดินลึกเข้าไปข้างในเป็นบ้านสีกา วันนั้นเราเดินทางไปหาสีกาที่บ้านประมาณ 3 ทุ่ม เราสนิทกันมากนะ บางทีเราไปหาไม่ต้องนัดล่วงหน้าก็ได้ ไปกดออดหน้าบ้านไม่เกิน 5 นาที ถ้าสีกาอยู่ก็จะเดินมาเปิดเอง วันนั้นเรากดเกือบ 20 นาทียังไม่มีใครมาเปิด จึงชะโงกดูเขย่งดูเห็นรถสีกาอยู่จึงกดออดอีกที มีเด็กมาเปิดประตู เดินเข้าในบ้านเงียบมาก พอถึงตัวบ้านสีกาหลังในเขามาเปิดประตูหน้าตายุ่งเหยิง สีกาใส่ชุดนอนไม่ใส่ยกทรง สีกาหน้าซีดมาก หน้าเสียมาก หน้าซีดๆ คือเราไม่เคยแต่งงานนะ เราไม่เคยเห็นคนหน้าเสียที่อายมากๆ มาก่อนเลย วันนั้นเราเพิ่งเข้าใจว่าคนหน้าเหลือ 2 นิ้ว เป็นยังไง เราเห็นวันนั้นแหละ คุณ “ส.” ไม่อยู่บ้าน รับราชการต่างจังหวัด วันนั้นสีกาหงุดหงิดมาก มันผิดปกติเพราะเราไปหากันเกือบทุกวัน เขาหงุดหงิดมากถามว่ามาทำไม เราก็งงจริงๆ สีกาบอกว่าธัมมชโยอยู่ด้วยนะ เรายิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ อะไรกัน ธัมมชโยอยู่ด้วย แต่สีกาแต่งตัวไม่เรียบร้อย พอเราเข้าไปในบ้านแบบวิสาสะเราพบธัมมชโยหน้าซีดมาก ธัมมชโยมีเหงื่อออกเม็ดเท่า “ถั่วเขียว” บนหัว ทั้งๆ ที่อยู่ในห้องแอร์ที่เย็นมาก "แฟ้มคดีธรรมกาย" เล่มที่ 1


จากภาพลักษ์ไฉไลไฮโซกว่าพระสงค์องค์อื่นๆ ธัมมี่ยังเป็นพระที่น่าจะรวยที่สุดในประเทศก็ว่าได้

"คณะทำงานฯ เชื่อว่ารายได้และผลประโยชน์ของพระธัมมชโย รวมแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน ทรัพย์สินส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะปกปิด ส่วนเงินสดจะปรากฏอยู่ในบัญชีลับๆ ซึ่งทางวัดพระธรรมกายได้มีหนังสือแจ้งไปยังสาขาของธนาคารที่ฝากเงินว่า ห้ามเปิดเผยบัญชีของพระธัมมชโยและบุคคลรอบข้างเด็ดขาด ถ้าเปิดเผยทางวัดฯ จะถอนเงินฝากทั้งหมดซึ่งก็สร้างความหวาดกลัวให้กับธนาคารผู้รับฝากเป็นอย่างมากเพราะเกรงว่ายอดเงินก้อนมหึมาจะโยกย้ายไปฝากธนาคารอื่น ด้วยเหตุผลข้อนี้ คณะทำงานฯ จึงตรวจสอบอีกครั้งจึงพบว่า ปัจจุบันพระธัมมชโยน่าจะมีเงินสดหลายพันล้านบาท ใกล้เคียงกับเงินสดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"  เรื่องย่อหนังสือ "แฟ้มคดีธรรมกาย " 


คณะทำงาน : ได้ข่าวว่าการเข้าหาคนร่ำรวยมากๆ เป้าหมายสำคัญๆ จะสืบประวัติก่อนใช่หรือเปล่า?

พยาน 1 : ใช่ สมมติว่าคุณเป็นเพื่อนเรา เรารู้ว่าคุณเป็นคนมีเงิน มีฐานะดี แต่ไม่เคยทำบุญ เราก็นำประวัติเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของคุณ แม้แต่โรคประจำตัว ความชอบและไม่ชอบ วันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก เขียนเป็น paper ส่งไปให้ธัมมชโยก่อน ให้ศึกษาก่อน เขาจะให้สีกาอี๊ดนำไปให้หมอดูเพื่อผูกดวงและทำนายทายทัก “เหยื่อ” แล้วธัมมชโยจะนำมาท่องจำไว้ พอเราล็อบบี้ “เหยื่อ” ไปหาเขาแล้ว เขาจะทำท่านั่งสมาธิเหมือนมองเห็นทางในงั้นแหละ ทำนายทายทักได้เกือบหมด แล้วก็บอกว่ามีกรรมบางประการบดบังไว้อยู่ ทำให้มีความทุกข์ถึงแม้จะมีเงิน แล้วพูดหว่านล้อมให้ช่วยกันสร้างศาสนสถานของเขาเหมือนเล่าให้ฟังตอนแรก บางคนครั้งแรกก็ไม่บริจาค ไม่กล้าควัก เราก็หาวิธีการใหม่อีก พาเขามาอีกครั้งหนึ่ง มานั่งสมาธิในห้อง มีพระธัมมชโยนำนั่งสมาธิ พอนั่งเสร็จเราก็จะมีหน้าม้าทำเป็นซาบซึ้งอยากช่วยหลวงพ่อ บางคนน้ำตาไหลซาบซึ้งในเจตนาของหลวงพ่อ ถวายเงินสองสามแสน บางคนถวายเป็นล้าน หน้าม้าบางคนก็ทำทีจะจ่ายเช็ค แต่ไม่ได้นำเช็คมาด้วย ทำเป็นขอยืมเช็คเพื่อนเขียนถวายหลวงพ่อก่อน แล้วจะเอาเงินเข้าให้ แต่จริงๆ หน้าม้าไม่ได้เอาเข้าหรอกนะ คนที่เป็นเหยื่อ เห็นคนถวายก็รู้สึกว่าจะน้อยหน้า ต้องถวายกะเขาไปด้วย แม้แต่คนป่วยที่ร่ำรวย ธัมมชโยจะบอกให้ไปสืบประวัติก่อนว่าเป็นโรคอะไร นอนอยู่โรงพยาบาลไหน เราก็ไปสืบทำรายงานให้ธัมมชโยอ่านก่อน เสร็จแล้วธัมมชโยเข้าไปเยี่ยมถึงโรงพยาบาลเลย ไปบอกว่าเขาป่วยแบบนี้เพราะทำกรรมชนิดนั้นไว้ พูดจนเขาเชื่อว่าบาปกรรมไถ่ถอนได้ด้วยการทำทานบารมี มีอยู่รายหนึ่งก่อนตายบริจาค 30 ล้าน ทุกวันนี้เรายังได้ข่าวว่ามีการส่งพระไปตามโรงพยาบาลเอกชนสำคัญๆ เพื่อไปสืบหาคนป่วยที่ใกล้ตายแต่ร่ำรวย เขาจะทำพิธีพาขึ้นสวรรค์ให้ด้วยการทำบุญหลักล้านขึ้นไป"  จาก "แฟ้มคดีธรรมกาย" เล่มที่ 1



ศาสดาแห่ง Scientology แนะนำ "อยากรวยให้สร้างศาสนา"
จากปากคำของสาวกเก่าธรรมโกยก็พอทำให้เข้าใจว่าวัดนี้ไม่ต่างจากแก๊งค์ 18 มงกุฎที่หลอกล่อเหยื่อทั้งหลายจนร่ำรวยมหาศาลจากการเป็นมารศาสนา ทำให้นึกถึงเจ้าสำนักแห่ง Scientology หรือ L.Ron Hubbard ที่หากินกับความเชื่อความศรัทธาของผู้คนที่กำลังหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  ต่างกับธรรมกายอยู่หน่อยตรงที่เค้าไม่พยามปิดบังเลยซักนิดว่าหวังหลอกแดรกเงินในกระเป๋าของสาวกในเครือ แถมยังออกมาแนะนำอีกด้วยว่า "ถ้าอยากรวยเป็นมหาเศรษฐี วิธีที่ดีที่สุดก็คือการสร้างศาสนาของตัวเอง"  ขนาดบอกกันโต้งๆอย่างนี้ยังมีสาวกแห่เข้าลัทธินี้กันเพียบ ทั้งดาราดังอย่างทอม ครูซ,มาดอนน่า และจอห์น ทราโวต้า ชัดเลยว่าแค่มีเงินถุงเงินถังมาบริจาค น่ะไม่พอนะจ๊ะ ต้องมีเขางอกสองข้างด้วยถึงจะเข้าศาสนานี้ได้ 



ทำไมมีไก่ย่างในรูปด้วย อดีตชาติเกิดเป็นเจ้าของCP หรือเปล่า??



อีกหนึ่งกำลังหลักของธรรมกายที่จะขาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือพนักงานวาดการ์ตูนที่มีอาชีพรับจ้างสร้าง Propaganda หรือภาพโฆษณาเกินจริงตามสื่อของธรรมกาย เช่นซีรี่ย์ที่ใช้ชื่อว่าอนุบาลฝันในฝัน แหม แค่ชื่อยังพยามยามทำให้คนฟังมึนขนาดนี้ ไอ้ที่น่าคิดก็คือที่ผ่านมามีพระนั่งสมาธิมากมายมาเป็นร้อยปีพันปีแต่ไม่เห็นมีพระรูปไหนเห็นนิมิตรสวรรค์แบบนี้เลยซักรูปเดียว ทำไมพระวัดธรรมกายถึงเห็นเป็นที่แรกได้ฟระ แถมยังกล้าเอามาทำหนังแอนิเมชั่้นเป็นจริงเป็นจังให้ญาติโยมได้ีัรับชมกัน? แม้ทางวัดจะบอกว่าภาพการ์ตูนเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาปฎิบัติธรรมเห็นภาพได้กระจ่างขึ้น แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันคือการมอมเมาให้งมงายซะมากกว่า รวมถึงเครื่องประดับชาวสวรรค์ที่บอกว่านี่คือ Accessories ของนางฟ้าเทวดาที่คุณจะได้รับเมื่อทำุบุญกับธรรมกาย และนี่คือสาเหตุที่ทำไมสาวกธรรมกายจึงอยากได้อยากมีเครื่องประดับเหล่่่านี้ไปใส่โชว์กันบนสวรรค์

"หลวงพ่อท่านว่า ทิพยสมบัติ เป็น ผลของบุญเพียงส่วนหนึ่ง....หลวงพ่อเปรียบเปรยไว้ว่า กำลังบุญข้างบนนั้น วัดกันได้ก็ด้วยทิพยสมบัติเหล่านี้ ทีนี้ใครมีสมบัติน้อย บริวาร น้อย ก็จะรู้สึกอ๊าย อาย...เวลาราชรถสวนทางกันที่ถนน ใครบุญน้อยก็ต้องหลบหลีก ถอยกันออกไป เวลาฟังธรรมก็ได้นั่งอยู่ปลายๆแถว...ไกลลิบๆ หลวงพ่อบอกว่า ตอนนี้เราอาจจะรู้สึกว่า ไม่เห็นเป็นไร แต่พอภพมันเปลี่ยน มันจะอ๊าย อายไปเอง หลวงพ่อย้ำแล้วย้ำอีก ว่าเขาอายกันจริงๆนะ" คอมเม้นท์ จาก follower ธรรมโกย











ผลบุญจากการถวายสเวนเซ่น?
รีบสร้างบุญก่อนแล้วค่อยตายนะโยม
พระุพุทธเจ้าเน้นแก่น ธรรมกายเน้นเปลือก 
เพื่อสวรรค์ชั้นเจ็ด ขอเชิญนักข่าว 7 สีมาเดินฟินาเล่


ส่วนเงินทำุบุญจากญาติโยมทั้งหลายก็ละลายหายไปกับกิจกรรมที่พยายามจัดให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในสามโลก เช่น จ่ายค่าไฟ ค่ายิงพลุ ค่าประกอบรถนกยูงฉลองงานศพชีจัน ตามคอนเซป"เว่อร์เข้าไว้ เดี๋ยวไม่ได้ออกข่าว" งานศพแม่ชีวัดนี้จึงมีสภาพไม่ต่างจากคืนเปิดงานปักกิ่งเกมส์อย่างที่เห็น





ไหนจะจ่ายค่าประกอบราชรถนำขบวนธุดงค์ที่ดูเหมือนมาผิดกาแล็คซี่




จริงๆแล้ว การจะมีสติ สมาธิ เพื่อค้นหาความสงบทางใจและพ้นทุกข์อย่างแท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องออกไปรวมตัวกันใส่ชุดขาว หรือก้าวขาออกจากบ้านไปจำศีลที่วัดไหนทั้งสิ้น สิ่งสำคัญของการเห็นแ้จ้งมันต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน อย่างที่มีคำว่า Your body is your temple  ร่างกายของเรานั่นแหละคือวัด ถ้าอยากขัดเกลาจิตใจตัวเองให้พ้นทุกข์เพื่อให้สติปัญญาต้องเริ่มมองลึกๆเข้าไปในจิตใจของตัวเอง ฟังเสียงที่เกิดดับในจิตใจ แล้วขจัดทุกข์ด้วยปัญญาและสติเพื่อได้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตามหลักธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่เห็นได้ชัดว่าบรรดาญาติโยมที่ยังสนับสนุนวัดนี้ไม่ได้เป็นผู้รู้ ผู้ืตื่น แต่เป็นผู้ถูกต้มให้งมงายในลัทธิบุญกันจนไม่ลืมหูลืมตา ขนาดว่าเจ้าอาวาสโกงเงินวัดไปหลายสิบล้านก็ยังไปกราบไหว้กันงกๆโดยไม่สะกิดใจกันเลยว่าพระที่ทำผิดศีลข้อสองมันจะสอนให้คนอื่นดีได้ยังไง ส่วนที่ยกภาพและคำบอกเล่าจากประสบการณ์จริงของอดีตคนวงในมาให้ดู ให้อ่าน ก็เพื่อให้เห็นกันจะๆไปเลยถึงความเสื่อมถอยแบบเว่อร์ๆ ที่วัดนี้พยายามยัดเยียดให้แก่พุทธศาสนามาเป็นสิบปีแล้ว อนาถใจที่วันนี้สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยกำลังถูกโล้นห่มเหลืองที่มีปัญหาทางจิตกำลังพยายามทำลายให้เสื่อมถอยและตั้งตัวเป็นเจ้าศาสนามันซะเอง  รู้มั้ยว่าปัจจุัับันคนไทยเราก็ได้ชื่อว่าศีลธรรมต่ำพออยู่แล้วในสายตาชาวโลก ทั้งชายไทยนอกใจเมียติดอันดับหนึ่ง, หญิงไทยนอกใจผัวตามมาเป็นอันดับสอง แถมยังนิยมประกอบอาชีพกะหรี่กันมากที่สุดในโลกถึง 12% บรรดานักการเมืองก็โกงกินภาษีจนรวยไปทั้งโคตรเหง้า รวมถึงตำรวจเควี่ยๆก็มีเยอะจนพบเห็นได้ทั่วไป คิดดูว่าต่อไปคนไทยจะเข้าสู่ยุคมืดขนาดไหน ถ้ารุ่นลูกรุ่นหลานที่กำลังจะเกิดใหม่ภายหน้ารู้แต่ว่าการ "ทำดี" คือการไปบริจาคเงินให้วัดใหญ่ให้ได้มากๆ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ไปใส่สร้อยส้มตำปู?  ลองดูเด็กรุ่นนี้ไปพลางๆก็รู้สึกเวทนาเ็ต็มทีที่หลงผิดมากราบไหว้ ร้องเพลงให้กับมารศาสนาตนนี้ 



สยามธุรกิจ : มาถึงตอนนี้สรุปได้ว่า วัดพระธรรมกายไม่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเลย?
พระอดิศักดิ์ : เพี้ยน 100 เปอร์เซ็นต์
สยามธุรกิจ : เป็น 18 มงกุฎหลอกลวงมาตลอดเวลา?
พระอดิศักดิ์ : เป็นอย่างนั้น



23 comments:

  1. โอ้ ผู้เขียนตั้งใจมากค่ะ
    สุดยอด ขยันกว่านักข่าวอีก :)

    ReplyDelete
  2. ขอบคุณนะคะ Ninging ^____^ เป็นกำลังใจให้ตั้งใจเขียนบทความต่อไปค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณมากที่ให้ข้อมูลดีๆ แต่คนที่เชื่อเขาไม่ได้มองและวิเคราะห์ แถมยังหาสมาชิกที่กำลังพบปะกับปัญหาแถมยังเป็นคนต่างชาติคนนั้นที่ไม่เข้าใจแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา คนต่างชาติแค่เห็นว่าเออไปนั่งสมาธิดีจังเลย ไปช่วยวัดดีจังเลย ไปทำบุญโอ้คนคนนี้ช่างใจบุญล้นเหลือ คนที่ไม่ไปแหมใจแคบ ไม่สะสมบุญ คุณไม่มีภาคภาษาอังกฤษหรือ ฉันอยากให้เพื่อนที่น่าสงสารที่กำลังมีภาวะจิตใจที่ยำ่แย่กำลังหาที่พึ่ง แต่บังเอิญเขาไปพบกับสาวกของธรรมกาย ฉันอยากให้เขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ไม่
      กล้าพูด ฉันจะทำอย่างไรดี

      Delete
    2. ถ้าไม่กล้าพูดก็ลองแชร์บทความนี้ให้เค้าอ่านดูสิคะ สำหรับภาษาอังกฤษเคยเห็นหนังสือเรื่อง Nirvana for Sale? เห็นว่าเกี่ยวกับธรรมกายแต่ก็ยังไม่เคยอ่านอย่างละเอียดนะคะ ลองเช็คดูอาจจะเป็นประโชน์ ^^

      Delete
    3. ไม่เคยดู มีโอกาสได้ดู ชอบมากค่ะ เขียนกระชับอ่านแล้วเข้าใจเลย ที่ดอนสวรรค์สกลนครเกือบโดนฮุบเหมือนกัน แต่คนสกลก็สามัคคีกันต่อสู้เป็นเวลา10เดือนเต็มกว่าจะได้กลับคืนมา

      Delete
  3. อ่านแล้วชอบมากนะครับ ให้ข้อคิดได้ดีทีเดียวครับ เสียดายคนที่เชื่อ ไม่ได้มองวิเคราะห์อย่างละเอียดซะแล้ว

    ReplyDelete
  4. ถ้าชอบและคิดว่าอาจจะมีประโยชน์ รบกวนช่วยแชร์ด้วยนะคะ ไม่แน่มันอาจช่วยให้คนอื่นได้ข้อคิดบ้างน่ะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    ReplyDelete
  5. ขอบคุณมากครับ

    ReplyDelete
  6. เจริญพร เราขอเอาหลักการทำบุญย่อในศาสนาพุทธมาให้ท่านลองพิจารณากัน การทำบุญนั้นจะได้บุญมากหรือน้อยมิได้ขึ้นอยู่กับจำนวน แต่ขึ้นอยู่กับ
    1. ทานที่ได้มานั้นบริสุทธิ คือได้มาด้วยความสุจริตมิได้เบียดบัง ยักยอก หรือขโมยผู้อื่นมา
    2. ผู้ถวายทานนั้นบริสุทธ คือ มีเจตตนาดีไม่มีเลศในแอบแฝง ไม่ได้ทำเพราะเอาหน้า
    3. ทักขิเณยยะบุคคลเป็นผู้บริสุทธิไปด้วยศีลสุตตาธิคุณ
    ดังนั้น เราคิดว่า คนทำบุญ1ล้าน อาจจะได้บุญน้อยกว่า คนที่ทำบุญ1บาทก็ได้
    เพราะ การทำบุญก็ต้องประกอบโดย
    1.มีความตั้งใจแน่วแน่ก่อนที่จะทำบุญ
    2.มีความปิติยินดีในขณะทำบุญ
    3.มีความปีติยินดีหลังจากทำบุญแล้ว ไม่มานั่งนึกเสียดาย
    หาก ทำบุญ1ล้านแล้วมานั่งบ่นเสียดายแล้ว มิสู้ทำบุญ1บาทแล้วมีแต่ความปีติยินดี อิ่มอกอิ่มใจที่ได้ทำบุญ1บาท ก็ได้บุญมากกว่าทำบุญ1ล้าน แล้วมาเสียดายอีก
    อนึ่ง การทำบุญ ก็ต้องฉลาดในการทำด้วย พระพุทธองค์ ทรงสอนให้เชื่อในสิ่งที่ตนเองพิจารณาแล้ว เห็นแจ้งด้วยตนเอง ด้วยเหตุด้วยผล เหตุเป็นปัจจัยให้เกิดผล ผลเป็นสิ่งที่เกิดจากเหตุ มิเคยทรงสอนให้คนงมงาย ความเชื่อนั้นคือสิ่งที่พิจารณาแล้วเห็นจริงได้ ส่วนความงมงายคือการเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองคิดพิจารณา เีรียกได้ว่าเชื่อเเบบโง่ๆ เอาล่ะอธิบายมาซะยาวแล้ว ที่เหลือท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายลองพิจารณาดูว่าตัวเราเองเป็นแบบไหน แล้วลองปรับใช้กับตนเอง หวังว่าคงจะมีประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
    ปล. ศาสนาพุทธนั้น วัดกันที่ใจ ที่เจตนา มิใช่ที่จำนวนหรือวัตถุ
    เจริญพร
    พระ ศักดิ์ชัย สกฺกชโย

    ReplyDelete
  7. ไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับวัดนี้อย่างชึกซึ้งแต่ไม่เคยชอบมันไม่เหมือนวัด แต่วันนี้ได้อ่านบทความของเฟิร์สแล้ว สุดยอดไปเลย

    ReplyDelete
    Replies
    1. เกือบเสียหลักเหมือนกันค่ะ เป็นสาวกสมัย2535-2537 บริจาคมาเรื่อยๆต้อง500หรือ1000ขึ้นไป เราก็หลับหูหลับตาทำทั้งๆที่เงินเดือนตอนนั้น3600บาท เท่อย่าบอกใครเชียว เกือบได้บริจาคก้อนใหญ่เมื่อหัวหน้าสายนักบุญถือซองขาวมาให้ เขาเรียนเชิญเราโดยตรงค่ะ ไม่ใช่เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธานะคะ ให้ทำพระพุทธรูปทองคำประจำตัวของเราไว้รอบๆเจด๊ย์ ราคา 20000 บาทต่อองค์ สลักชื่อไว้ใต้ฐานพระ เงินเดือนแค่นั้นจะไปเอาไหนมา สรุปว่าก็เลยไม่ได้บริจาค หลังจาคนั้นมาเขาก็แจ้งเรามาว่าคุณได้ขาดจากการเป็นสาวกของเราแล้วนะ ตั้งแต่นั้นมาเราไม่เคยศรัทธาวัดนี้เลย

      Delete
    2. การทำบุญร่วมกันไม่ใช่แค่จ่ายเงินร่วมกัน แต่คือการช่วยกันพัฒนาจิตใจให้ดีขึ้นไปด้วยกันค่ะ พวกที่คบเพราะคุณมีเงินมันไม่มีสิทธิแม้แต่จะเป็นเพื่อนที่ดี ยกเว้นว่าเป็นแค่เหลือบไรและพยาธิคอยแต่จะหาผลประโยชน์เข้าตัว ดีใจด้วยที่คุณ PPhong ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวและได้มองเห็นความจริงนะคะ ขอบคุณมากที่มาแชร์ประสบการณ์แย่ๆให้อ่านกัน ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ดีมากๆเลยค่ะ

      Delete
    3. ลองศึกษาอย่างถ่องแท้ดูก็อาจจะดีนะ จะได้เข้าใจจริง ๆ หากต้องเถียงกับใครจะได้ให้ข้อมูลไม่มั่ว ไม่ใช่แค่ฟังต่อ ๆ กันมา

      Delete
  8. เหมือนกันเลยค่ะ เฟิร์สก็รู้ึสึกว่ามันไม่เหมือนวัดตามหลักศาสนาพุทธ และไม่ช่วยพัฒนาจิตใจหรือนิสัยของคนพุทธให้้พ้นทุกข์ได้เลย ก็เลยพยายามรวบรวมเรืื่องต่างๆของวัดนี้มาตีแผ่ให้ได้อ่านกันค่ะ
    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ ^^

    ReplyDelete
  9. ยังมีคนไปเชื่ออยู่เนาะ

    ReplyDelete
  10. ศาสนาพุทธของธธรรมกาย เรียกสั้นๆและกระชับว่า พุทธพาณิชย์
    ทำบุญมาก ยิ่งได้บุญมาก ตายแล้วไปสวรรค์กันทุกคน อยากรู้จริงๆ
    คนที่ทำบุญเยอะๆเคยมาบอกไม๊ว่า ลูกหลานทั้งหลายตายแล้วไปอยู่ตรงโน้นตรงนี้สบายจริงๆ
    ธรรมกาย วัดของคนเขลา เขลาในที่นี้ไม่ได้ว่าเรียนน้อยหรืออย่างไรนะ
    แต่เขลาในการใช้สติ ใช้ชีวิต ในการไตร่ตรองแค่เห็นแต่งขาวนุ่งขาวก็พอจะเดาได้ว่าท่านๆ
    จะไปไหน ทำบุญกับพ่อแม่ ให้ท่านอยู่ดีมีสุข สุขกายสบายใจ ได้บุญมากกว่าทำบุญกับDMC
    อีกนะจ๊ะ เคยได้ยินลูกศิษย์ท่าน ธัมมี่ มาเล่าให้ฟังหลายต่อหลายคนว่า ทำบุญเจริญภาวนา
    นั่งสมาธิกับธรรมกายแล้ว เพียงแค่นึกคิดอยากได้อะไรก็จะได้ ถ้างั้นพวกท่านก็คงไม่ต้อง
    ทำงานหรือหาข้าวหาปลาเลี้ยงชีวิตแล้วละซิ คิดอะไรก็ได้ แต่ก็ยังเห็นพวกท่านทำงานกันงกๆ
    เพื่อที่จะนำเงินไปถวายแด่พระธรรมกาย ( หลวงพ่อสดเรานับถือนะ)แต่พระธัมมี่และลูกศิษย์
    ลูกหา นำท่านมาหากินกับศาสนา เราว่า บาปรอท่านอยู่ไม่ใช่สวรรค์เป็นแน่แท้

    ReplyDelete
  11. ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ อ่านแล้วสยองจริงๆ

    ReplyDelete
  12. ฉันเคยถูกเกณฑ์ไปเป็น V-star ตอนมัธยม พออยู่มหาลัย ก็เป็น v-cheer เหมือนกับไปเที่ยว ไม่ได้ไปทำบุญเลย ได้ไปเห็นพระปั่นจักยาน , ขับมอ'ไซด์ , เล่นไลน์ ,ซื้อไอแพดให้คนที่หาทีมได้เยอะ สวดไม่เหมือนวัดอื่น เน้นบุญเป็นศีลค้า บอกให้ทำอะไรที่มันสวยงามเพื่อที่จะออกกล้อง บอกให้ญาติโยมถวายของที่ทำด้วยความปราณีต สวยงาม ราคาเเพงมาถวาย เพื่อที่จะได้บุญใหญ่ มากกว่าการสร้างวัดอีก (ทั้งๆที่พระพุทธเจ้านำข้าวหลายอย่างมารวมกัน แล้วขยำเพื่อขจัดรสอร่อย)

    ReplyDelete
  13. ไปวัดธรรมกายกายเหมือนไปเที่ยวเเน่ะ ไม่ได้หาความสงบอะไรเล้ยย ตอนอยู่ม.3 ถูกบังคับให้เป็นV-star ตอนอยู่มหาลัยก็ถูกกึ่งบังคับ(จากเพื่อนๆ) ไปเป็นV-Cheer ไปเห็นเเล้วแทบไม่อยากนับถืบพุทธอยู่เลย แกเล่นมาเจาะที่ สพฐ. เกณฑ์นักเรียนเลย แถมยังมาเจาะที่หมู่บ้านอีก เพื่อหาคนไปบวช เวรกรรมคนไทยจริงๆ

    ReplyDelete
  14. ปกติแล้วผมไม่คอยขอบคุณบล๊อค ของไครง่ายๆ เพื่อศาสนาพุทธ ขอขอบคุณอย่างสูง ครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ยินดีและดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ

      Delete
  15. ขอบคุณมากค่ะ ได้อ่านบล๊อคของคุณมาสองอันแล้ว ชอบความตั้งใจในการหาข้อมูลมาก จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณเช่นกันค่ะที่ติดตามอ่าน ^_^

      Delete