Tuesday, December 6, 2011

Freelee ♥ Harley คู่รักชาว Raw Food


โอ้ย ชอบรูปข้างบนนี้จังเลยอะ ดูกี่ทีก็รู้สึกได้ถึงความมีีชีวิตชีวา สนุก และสุขภาพดีแบบ Raw Vegan  ขอแนะนำคนในรูปนะคะ เค้าชื่อ Freelee กับ Harley เป็นรอว์ฟู้ดแบบ Fruitarian คือกินผลไม้เป็นหลัก ทั้งสองคนเป็นชาวออสเตรเลีย เจ้าของเว็บไซต์รอว์ฟู้ด 30bananasaday เฟิร์สรู้จักสองคนนี้เพราะเค้าเป็นคนดังในยูทูป โดยเฉพาะฮาร์ลี่เค้าดังมากในเรื่องของ Raw food เป็นอันดับ 1 ในออสเตรเลียเลยทีเดียว และเมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา เฟิร์สได้มีโอกาสได้ไปเจอกับพวกเค้ามาด้วยนะ เย่ๆ ปลื้มมากอะ รู้สึกเหมือนได้นั่งกินข้าวกับคนดัง (ไม่ได้กิน"ข้าว"หรอก กินอาหาร Raw food กัน ที่ร้าน Rasayana Retreat เจ้าเก่า ) อิอิ ต้องขอบคุณแฟนเฟิร์สที่ไปสร้างมิตรภาพกับพวกเค้าทั้งสองคน เฟิร์สเลยได้รู้จักกับเค้าไปด้วย ไม่ลีลาแล้วกัน เล่าเลย

เริ่มจากฟรีลี่ ชื่อในวงการไซเบอร์ของชีคือ "Raw Fit Bitch"  ชื่อแรงได้ใจมะ แต่ที่ัสัมผัสตัวเป็นๆมาแล้วชีไม่ Bitchy เลยนะ มีแต่ Sexy และ Friendly มากๆ วันนั้นที่เจอฟรีลี่ เค้าใส่เสื้อที่เขียนว่า Raw Fit Bitch คล้ายๆกับเสื้อในรูปนี่แหละแต่เป็นเสื้อยืดสีชมพู กับกางเกงชาวเขา แอบโชว์หน้าท้องเล็กน้อยดูดีเซะซี่อะ ชอบมากๆอยู่แล้วด้วย เวลาเห็นฝรั่งใส่กางเกงชาวเขา จนอดชมไม่ได้ว่าหล่อนดูดีมากย่ะ ไม่รู้สิ เฟิร์สว่ามันมีสเน่ห์สุดๆไปเลยเวลาที่เห็นคนต่างชาติเค้าเอาเืสื้อผ้าสไตล์บ้านๆประเทศเรามาใส่  ฟรีลี่เป็นแรงบรรดาลใจของผู้หญิงหล๊ายต่อหลายคน ให้ลุกขึ้นมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไดเอทของตัวเองให้ดีขึ้น และแน่นอนว่ารวมทั้งเฟิร์สด้วย ยอมรับกับความมุ่งมั่นของชีจริงๆว่าชีทำได้ และทำติดต่อกันตลอด 5 ปีแล้ว ฟรีลี่ลดน้ำหนักได้ 20 กว่ากิโลกรัมจากสไตล์การกินแบบ Raw food  หลักการกินของฟรีลี่ก็คือ 80/10/10 นั่นคือกินผลไม้ 80% ผัก 10% และ ที่เหลืออีก 10% คือพวกถั่ว หลักๆเลยก็ืคือเน้นผักไม้สด อย่างเช่นวันนึงฟรีลี่กินกล้วย 30 ลูกขึ้นไป ซึ่งตีซะว่า 1 ลูกก็ประมาณ 100 แคลอรี่ 30 ลูกก็ 3,000 แคลอรี่ เป็นแนวทางการกินที่ตรงกันข้ามกับ Low Carb Hi Fat หรือ Atkins Diet เพราะไดเอทนี้คือ Hi Carb Low Fat จ้ะ แต่จริงๆแล้วชีไม่ได้เคร่งครัดนะ ว่าต้อง 3,000 แคลอรี่ห้ามเกินนี้ เพราะก็เคยได้ยินว่าบางครั้งก็กินกล้วย 50 ลูกเลย ส่วนความเชื่อที่ว่าถ้าจะลดน้ำหนักอยากผอม ต้องจำักัดปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวัน ให้เหลือแค่ครึ่งเดียวที่ร่างกายเราต้องการ ก็คือประมาณ 1500 แคลอรี่พอ ซึ่งนี่เป็นความเชื่อที่ผิดและทำร้ายตัวเอง เพราะร่างกายเราต้องการพลังงานเต็มที่ที่มันควรจะได้รับ ถ้าร่างกายได้รับแค่ 1,500 หรือน้อยกว่า 3,000 แคลอรี่ ร่างกายคุณจะเข้าสู่โหมด " Starving " ทันที นั่นคือมันจะทำการกักเก็บไขมันในร่างกายของคุณเอาไว้โดยอัตโนมัติ เพราะมันคิดว่าคุณกำลังอดอยากปากแห้ง มันเลยไม่เอาไขมันมาเผาผลาญแต่เก็บไว้ในสต๊อกเพื่อใช้ทีหลัง แต่ไปดึงเอากล้ามเนื้อมาเผาผลาญแทน ทำให้เนื้อตัวเละเหลวเป๋วมีแต่เซลลูไลท์ผิวส้มไม่เฟิร์มแ่น่นเปรี๊ยะแบบฟรีลี่ (โปรดดูภาพประกอบ) เพราะงั้นการได้รับพลังงาน 3,000 แคลอรี่จึงเป็นการดีกว่าต่อความฟิตของร่างกาย แต่ต้องเป็น 3,000 แคลที่ได้รับจากรอว์ฟู้ดนะจ๊ะถึงจะไม่ทำให้อ้วน ซึ่งต่างพวกอาหารอื่นๆที่ร่างกายต้องใช้เวลาย่อยนานกว่า ส่งผลให้ร่างกายไม่มีพลังงาน เชื่องช้าอืดอาด อย่างฟรีลี่เองเค้ามีพลังงานเยอะมากพอขนาดขี่จักรยานครึ่งประเทศออสเตรเลียเลย ว่าแล้วก็ลองมาดูวีดีโอ Before and After ของฟรีลี่กันว่าก่อนจะได้หุ่นเป๊ะแบบนี้เค้าก็เคยอ้วนเผล๊ะเหมือนกัน แต่ผลไม้ของง่ายๆที่มีทุกบ้านที่ทุกคนมองข้ามนี่แหละ ที่ช่วยให้หุ่นชีเซ็กซี่สะบึมอารมณ์ได้ขนาดนี้



ต่อกันที่ Harley เค้ากินแบบรอว์ฟู้ดมาเป็นเวลา 10 ปี หลักการกินของเค้าก็เหมือนฟรีลี่คือ 80/10/10 หนักไปทางผลไม้ ฮาร์ลี่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ 30bananasaday ชื่อเว็บเค้าแปลว่า "กินกล้วยวันละ 30 ลูก" ตามคอนเซ็ปของการรับคาร์โบไฮเดรทจากผลไม้ให้ได้ 3,000 แคลอรี่ขึ้นไปต่อวัน เฉลี่ยแล้วฮาร์ลี่กิน 3,500 แคลอรี่  เค้าเปรียบมันว่าการกินให้มากพอต่อความต้องการของร่างกายก็เหมือนการเติมน้ำมันเต็มถังด้วยพลังงานเชื้อเพลิงบริสุทธิจากธรรมชาติ ทำให้การขับเคลื่อนของร่างกายเป็นไปอย่างเต็มสมรรถนะ แบบเครื่องฟิตสตาร์ทติดง่าย และใครว่ากินแต่ผักผลไม้แล้วจะไม่มีแรงก็หยุดความเชื่อเก่าๆไปได้เลย เพราะฮาร์ลี่เป็นนักปั่นจักรยานน่องทองที่ทำเวลาได้เร็ว และยังเป็นนักวิ่งมารธอนที่กวาดรางวัลไปเพียบ ไม่ใช่แค่ที่ประเทศออสเตรเลียบ้านเกิดเค้าเท่านั้น แต่ที่ประเทศไทยบ้านเราเค้าก็เพิ่งจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานรางวัลที่ 4 มานอนกอด ไม่ใช่ขี้ๆเลยแหละคนนี้
ภาพแห่งความสำเร็จของผมครับ ชนะได้ที่ 4

ฮาร์ลี่ยังดังมากๆในยูทูปในชื่อว่า Durian Rider แปลเป็นไทยให้ว่า "ไ้อ้หนุ่มทุเรียนปั่น" ที่ใช้ชื่อนี้เพราะว่าฮาร์ลี่เป็นนักปั่นจักรยานที่ชอบกินทุเรียนมาก กินทีนึงเป็นลูกๆเลย และที่สุดยอดคือเค้าไปชนะการแข่งกินทุเรียนในเทศกาลผลไม้ที่ระยองมาแล้วแบบชนะขาดลอยคนไทยทั้งหลาย แอบฮามั้ย ที่ฝรั่งกินทุเรียนเก่งและเร็วกว่าคนไทยจนเป็นข่าวในทีวีหลายช่อง เลยเอาคลิปการแข่งมาแบ่งๆกันดู ซึ่งในคลิปนี้มีแถมให้ดูผลตรวจวัดระดับไขมันในเลือดของฮาร์ลี่ด้วย โดยปกติแล้วระดับไขมันในเส้นเลือดของเรานั้นควรจะมีระดับน้อยกว่า 200 มิลลิกรัมจึงจะถือว่าปลอดภัยหายห่วงจากโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด  และผลของการเป็นรอว์ฟู้ด หยุดกินเนื้อ นม ไข่และอาหารปรุงสุกมา 10 ปีกว่า ทำให้ค่าไขมันในเลือดของเ้ค้ามีแ่ค่ 4 มิลลิกรัมเท่านั้นเอง เชิญรับชมภาพวีดีทัศน์



เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอกันไปบ้างแล้วสำหรับเรื่องราวรอว์ฟู้ดของทั้งสองคน มาเข้าเรื่อง Sex ของทั้งคู่กันบ้างดีกว่า ว่านอกจากหุ่นฮอทเป๊ะสะบึมอารมณ์ของฟรีลี่ และกล้ามเนื้อล่ำๆกำยำสมชายของฮาร์ลี่แล้ว เค้าสองคนยังมีเรื่องเซ็กซี่อะไรอีกที่เ็ป็นผลพลอยได้จากรอว์ฟู้ด



อิอิ เขิลๆๆๆ เรทค่ะแต่ชอบ (ใครมั่งไม่ชอบ) คือเ่ท่าที่ดูและถอดความจากวีดีโอ เริ่มจากรูปร่างของทั้งสองคนที่เห็นกันชัดๆว่าฟิต เซ็กซี่สมส่วนสุดๆ ถือเป็นด่านแรกที่จะจุดไฟราคะของทั้งคู่ให้พุ่งพล่านแบบเจอหน้าก็ใส่กันไม่ยั้ง เท่านั้นไม่พอ เค้าบอกว่าผลลัพท์โดยตรงที่ได้จากรอว์ฟู้ดก็คือผิวของเค้าสองคนนั้นนุ่มเนียนน่าสัมผัส ช่วยเพิ่มความรู้สึกสเน่ห์หาละมุนละม่อมต่อกันยิ่งขึ้น ตอนที่เค้าลูบไล้ ซอกไซร้ จับ ขยำ ขยี้กันและกัน (เรื่องผิวขอเฟิร์มว่าจริงค่ะจากที่ไปเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว ผิวดีมั่ก มีออร่าแบบโกลว์ๆ และที่ชอบมากและอยากได้คือ นัยย์ตาของทั้งสองคนมันเปล่งประกายใสๆ ยังกะเด็กทารกเบบี้เลย) สำหรับประโยชน์จากการที่เค้าไม่กินศพสัตว์นั้น ก็มีส่วนช่วยอย่างมากในการป้องกันอาการเสียอารมณ์ขณะกำลังเข้าได้เข้าเข็มหมุบหมับหนุบหนับได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่มีกลิ่นสาปสัตว์มาให้กวนใจ ที่จะมีก็เพียงกลิ่นหอมหวานลิ้นจากผลไม้ ทั้ง กล้วย เงาะ แตงโม ทุเรียน หอมตลบอบไปทั้งห้อง และที่หนุ่มๆทั้งหลายพลาดไม่ไ้ด้ต้องรีบอ่านก็คือ รอว์ฟู้ดน่ะทำให้เลือดลมไหลเ็วียนสูบฉีดดีสุด ฮาร์ลีเปิดใจบอกว่ามันช่วยให้กล้วยของเค้าแข็งตั้งตรงเด่ได้มากกว่าที่เคย      อู้ววว อีกทั้งสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ในผลไม้ที่เรียกกันว่าเป็นสารกันแก่ ก็ช่วยให้เค้าทั้งสองคนดูอ่อนกว่าวัยย์ ทั้งภายนอกและภายในจนลามเข้าไปถึงอารมณ์ความรู้สึกลึกๆด้วย นี่แหละสำคัญล่ะ เพราะเมื่อคุณยังมีความรู้สึกของหนุ่มสาววัยแรกแย้มเย้ายวน มันจะช่วยเพิ่มความคึกคักในอารมณ์สมวัยเจริญพันธ์กันเข้าไปอีก และเพราะพลังแ่ห่งรอว์ฟู้ดที่ช่วยให้ฝ่ายชายมีร่างกายที่แข็งแรง มันเลยช่วยเพิ่มความอึุดทนนานด้วยนะ ส่วนการที่เค้าสองคนเป็น fruitarian เหมือนกัน ก็ช่วยให้เกิดอารมณ์ร่วม เข้าใจกันและกันเป็นหนึ่งเดียวกัน Connected  กันได้ลึกซึ้งวาบหวามมากขึ้น ช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นได้อีก ส่งผลให้ชีวิตเซ็กซ์ของเค้าหวือหวา ต่อเมื่อไหร่ก็ติดไฟสเน่หาปั๊บ กินตับกันไม่มีหยุดหย่อน เมื่อมีเซ็กซ์ที่ดี ก็ส่งผลให้อารมณ์สดใสไม่เครียด และเพิ่มความมั่นใจใน Sex Appeal ของตัวเองมากกว่าเดิมโดยอัตโนมัติ ฮาร์ลี่และฟรีลี่แนะนำส่งท้ายว่า ถ้าอยากมีเซ็กซ์เยี่ยมยุทธแบบพวกเค้า สิ่งเบสิคที่คุณควรจะมีอย่างแรกเลยคือ 1 ได้รับคาร์โบไฮเดรตจากผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 3,000 แคลอรี่+ และ 2. อย่าอดหลับอดนอนเด็ดขาด ต้องพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงอัพจึงจะกินตับได้อย่างสุขสมอารมณ์หมาย ไม่ง่วงหงาวหาวนอนนะจ๊ะ


ทุกข้อที่กล่าวมาล้วนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของชีวิตฟรีลี่ และ ฮาร์ลี่ ที่แน่นอนว่าพวกเค้ามีอย่างนึงที่เหมือนกัน จึงได้มาเจอ มาคบ มารักกัน นั่นก็คือทั้งสองเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้เป็นก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเค้านั้นคืออะไร เริ่มจากเรื่องง่ายๆอย่างการกินที่ดีที่สุด ก็เห็นได้แล้วจากสองคนนี้ว่ามันมีผลต่อชีวิตจริงๆ


20 comments:

  1. Woweee this is fantastic thank you so much! I love my sparkles too!

    ReplyDelete
  2. @ DR .. You're welcome bro :D I love that you won the durian competiton !
    @ Freelee I'm glad that you like the sparkles Yay! and you are my friend's inspiration after she saw your Before & after she said she will become a fruit lover hehe

    ^_^ Thanks for the comments.

    ReplyDelete
  3. จะเริ่มกินผลไม้เพาะย่อหน้ารองสุดท้ายเนี่ยแหละค่า

    ReplyDelete
  4. ^
    ^
    ถูกค่ะ เมื่อหุ่นเราดีขึ้นเราก็จะรู้สึกว่าตัวเราเซ็กซี่ขึ้น เพิ่มความมั่นใจใหุ้รูปร่างเมื่อต้องโป๊เปลือย และยังเติมไฟสเน่หาจากเพศตรงข้ามได้ด้วยนะค้าา อิอิ

    ReplyDelete
  5. ขอโทษนะคะ พอดีเพิ่งสนใจอาหาร raw food อยากทราบว่าจะได้รับคาร์โบไฮเดรตจากอะไรบ้างคะ

    ReplyDelete
  6. เราจะกินแบบ raw food คือห้ามทานอะไรที่ baked เลย เราจะได้คาร์โบไฮเดรตจากผลไม้อย่างเช่นกล้วย แทนหรอคะ

    ReplyDelete
  7. หวัดดีค่ะ Littlesisters
    ดีใจจังที่สนใจรอว์ฟู้ด ^^
    ในการกินแบบนี้ ร่างกายจะได้รับคาร์บจากผลไม้ถูกต้องแล้วค่ะ และไม่กินอาหารที่ผ่านความร้อนเกิน 47 องศาเซลเซียส สารอาหารและเอ็นไซม์จึงจะยังไม่ถูกทำลายค่ะ

    ReplyDelete
  8. ขอโทษนะคะ ได้คำตอบแล้วค่ะ กลับไปอ่านแบบละเอียดมาแล้ว T T

    ReplyDelete
  9. ไม่เป็นไรค่าา ถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้ทุกเรื่องเลยนะ เฟิร์สยินดีตอบให้ค่ะ :D
    สู้ๆนะคะ ขอให้หุ่นสวยสุขภาพดีค่ะ

    ReplyDelete
  10. ^^ ขอบคุณมากค่ะ เมื่อวานไปทานที่ร้าน rasayana ตามบล็อกคุณเฟริสมา อิ่มถึงเย็นเลยค่ะ อยากถามว่ามีผักหรือธัญพืชอะไรที่ห้ามทานดิบมั้ยคะ

    ReplyDelete
  11. อีกเรื่องค่า คุณเฟริสพอมีที่แนะนำร้านขายธัญพืชดิบ โกโก้ดิบ น้ำผึ้งดิบบ้างมั้ยเอ่ย ^^

    ReplyDelete
  12. ได้ยินว่าไปทานที่ Rasayana แล้วเฟิร์สยังอยากไปกินอีกเลยค่ะ อร่อยเนอะ :D อิ่มนานเห็นด้วยค่ะ ส่วนผักอะไรกินดิบไม่ได้ อันนี้เฟิร์สว่ากินได้หมดนะ แต่เิฟิร์สจะเลือกกินที่ชอบและอร่อย ไม่กินพวกที่เอามากินดิบแล้วทรมานตัวเองอย่างพวกหัวไชเท้าก็คงกินดิบไม่ไหว ก็จะไม่กินน่ะค่ะ ส่วนธัญพืชต้องเอาไป Soak หรือแช่น้ำก่อนค่ะ ลองอ่านดูที่เว็บนี้นะคะ
    The Benefits of soaking nuts and seeds
    http://www.foodmatters.tv/articles-1/the-benefits-of-soaking-nuts-and-seeds
    ส่วนร้านขายพวกรอว์ฟู้ด เฟิร์สเคยเสิร์ชเจอมีร้านขายค่ะมี Sun Dried Tomato ด้วยแต่หาไม่เจอแล้ว คุณ Littlesisters ลองหาดูนะคะ โชคดีค่ะ
    อ่ออยากรู้ว่าก่อนจะหันมาทานแบบรอว์ คุณเป็นมังสวิรัติอยู่แล้วปะคะ หรือว่าหักดิบจากกินเนื้อสัตว์มาเป็นรอว์เลยคะ

    ReplyDelete
  13. ขอบคุณมากค่ะคุณเฟริส สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ :)

    เดิมทีเราจะทานมังสวิรัติทุกวันพระและวันเกิดน่ะค่ะ แต่พอดีว่ามีช่วงนึงคนที่บ้านไม่ค่อยสบายเลยเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากดูแลตัวเองเพราะทำงานค่อนข้างหนัก ไม่อยากหาเงินมารักษาตัวเองตอนแก่ค่ะ :))

    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับบล๊อกดีๆของคุณเฟริส คุณมีส่วนในการเปลียนชีวิตเราด้วยค่ะ :D

    ReplyDelete
  14. สุดยอดค่ะคุณ Littlesisters เฟิร์สชอบเห็นคนใส่ใจและรักสุขภาพตัวเองมากขึ้นเพราะมันหมายถึงความสุขที่มากขึ้นในทุกด้าน ดีใจที่เข้ามาอ่าน และปลื้มใจที่ได้เป็นส่วนในการเปลี่ยนชีวิตคุณ แต่จริงๆแล้วชีวิตคุณเปลี่ยนเพราะคุณเป็นคนเริ่มทำมันค่ะ ยินดีด้วยกับร่างกายของคุณที่จะได้รับแต่อาหารดีๆ รับรองว่ามันจะตอบแทนคุณด้วยหุ่นสวยผิวผ่องใส ร่างกายแข็งแรง และไม่ต้องกลัวว่าต้องหมดตัวเพราะค่ารักษาโีรคมหาโหด สบายใจไปอีกเรื่องเนอะ ^^

    ReplyDelete
  15. ผมมีลูกค้าและเพื่อนที่เป็น Vegan raw food ต้องดูแลทุกปีพวกเขาดูมีสุขภาพดีแข็งแรงหน้าตาสดชื่นแจ่มใสและชอบออกกำลังกายเช่นวิ่ง ปั่นจักรยาน และหลายๆคนเป็นนักกีฬาระดับเทพ ตอนนี้ผมเองก็เริ่มหันมากินผักผลไม้ดิบและเลิกกินเนื้อสัตว์ไปหลายชนิดแล้ว แต่ยังคงกินสัตว์น้ำบางชนิดอยู่ คาดว่าจะงดเนื้อสัตว์ทุกชนิดภายใน3ปี มันเป็นเรื่องอยากเหมือนกันสำหรับคนไทยอย่างเราที่จะเลิกกินข้าวและกินอาหารที่ไม่ปรุงสุกโดยความร้อนแต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องอยากถ้าเราจะทำ อยากรู้จักคุณเฟิร์สเชื่อว่าคุณคงมีเฟสบุกจะยินดีมากถ้าได้เป็นเพื่อนผม love chanthaburi ผมมีรูปหลายๆทริปกับชาว vegan rawfood

    ReplyDelete
  16. ขอบคุณที่เข้ามาแชร์เรื่องราวของชาวรอว์ฟู้ดให้ฟังกันค่ะ แอบสงสัยว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรถึงมีลูกค้าที่เป็น Raw Vegan ด้วย ดีจัง ยังไงเฟิร์สก็ขอเป็นกำลังใจให้เลิกเนื้อสัตว์ให้ได้นะคะ สู้ๆค่ะ รับรองว่าสุขภาพจะดีขึ้นแน่นอน
    แอด FB ไปแล้วนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

    ReplyDelete
  17. เป็นไกด์เถื่อนแบบสนุกๆเอามันส์ๆอ่ะคับ แต่ไม่ถึงเป็นธุรกิจหรอกครับจริงๆแล้วทำอาชีพอื่น เป็นคนชอบคุยกับคนแปลกหน้าเพื่อได้แลกเปลียนความคิดหรือความรู้อะไรต่างๆที่เราไม่รู้ และที่สำคัญได้เทียวฟรี เอ๊ะ!ไม่ใช่สิรับจ้างเที่ยวตะหาก(เที่ยวแล้วได้ตังค์555) ได้บังเอิญรู้จักชาวรอว์ฟู้ด(กินผักผลไม้ดิบมา9ปีกว่าแล้ว)อยู่คนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เขามาเที่ยวงานทุเรียนโลกที่จันทบุรีหลังจากนั้นเขาก็มาเที่ยวทุกปีและจะพาเพื่อนรอว์ฟู้ดมาเที่ยวด้วยเพื่อหากินผลไม้ต่างๆที่จันทบุรีซึ่งผมจะคอยดูแลช่วยเหลือพวกเขาขณะที่พักอยู่ในจันทบุรี จองโรงแรมพาเทียวคอยหาผักผลไม้สดๆตามสวนต่างที่ปลอดสารพิษ ปีที่แล้วพาไปช่วยชาวสวนเก็บผลไม้ตามสวนสนุกกันทั้งหมู่บ้าน หลายๆคนนิสัยดีมากกกกกก มีกิจกรรมอะไรร่วมด้วยตลอด ปีทีแล้วเพื่อนแข่งกินทุเรียนชนะเลิศได้แก้วกลับบ้าน(Australia)หลายโหล ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

    ReplyDelete
  18. รบกวนคุณ เฟิร์ส ยกตัวอย่าง อาหารใน 1 มื้อ ทีครับ ว่าควรจะกินอะไรในสัดส่วนเท่าไหร่


    ขอบคุณครับ

    ReplyDelete
  19. การกินแบบ Fruitarian 80/10/10 ก็คือ
    กินผลไม้ให้ได้ 80% กินผัก 10% ถั่วธัชพืชอีก 10% ค่ะ
    ในหนึ่งมื้อ คุณอาจกินแต่ผลไม้ก็ได้ หรือกินสลัดผักก็ได้ ยกตัวอย่าง Freeleeกินมื้อเช้า-กลางวันเป็นผลไม้ และมื้อเย็นเ็ป็นสลัดผักค่ะ

    ReplyDelete