Wednesday, October 5, 2011

แชร์ประสบการณ์ : 3 วันแห่งการ Fasting อดอาหารขจัดพิษ

เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆฮ่ะ กับการทำ Fasting หรือ อดอาหารขจัดพิษที่สะสมในร่างกายเป็นเวลา 3 วัน สาเหตุที่ทำก็เพราะว่าล่าสุดเกิดมีอีก้อนกลมๆมาเยี่ยมในจักแร้ด้านขวา กรี๊ซ >_<  กดดูแล้วปูดๆเป็นไต ใหญ่ประมาณเหรียญ 25 สตางค์ได้ นั่งๆทำงานอยู่ก็ปวดระบมอีก้อนนี้จนแขนชาวูบวาบไปทั้งแขนจนต้องขอลากลับบ้านนอนอย่างด่วน ไม่ได้ค่ะอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ป่วยปุ๊บรีบลา มีวันป่วยให้หยุดตามกฎหมายแรงงานตั้ง 30 วันต้องใช้สิทธิให้คุ้ม ส่วนเพื่อนๆที่ออฟฟิศบอกว่า นี่เธอควรจะไปหาหมอนะ ไม่ได้นะ เดี๋ยวเป็นอะไรร้ายแรง บลา บลา บลา แต่ว่าเฟิร์สไม่ชอบกินยาเพราะไม่อยากได้สารพิษตกค้างในร่างกายเป็นของแถม  อีกอย่างคิดว่าระดับสะสมพิษในร่างกายเฟิร์สน่าจะมีมากพอแล้วมั้งจากที่เคยอัดยาลดความอ้วนติดต่อกัน 5 ปี คิดถึงตอนที่เคยกรอกยาใส่ปากวันละเกือบ 10 เม็ด แล้วเอียนกลิ่นยามากๆอะ ทุกวันนี้เวลาที่ป่วยเล็กๆน้อยๆก็ไม่ได้กินยาเลย แต่ก็ไม่มีปัญหาไรนะ เพราะหายเองได้ทุกครั้ง แต่คราวนี้เจอกับอีน้องก้อนใต้รักแร้แล้วงานเข้า เพราะมันเจ็บ ทรมานแบบแปลกๆ เอาง่ายๆว่าเจ็บตลอดเวลาที่หุบแขนน่ะ เลยอยากให้อีก้อนที่ไม่ได้รับเชิญนี่รีบๆหายไปจากชีวิตและจักแร้โดยเร็วซะที แล้วก็หวังว่าการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติด้วยการอดอาหารล้างพิษจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อยแหละนะ ถือเป็นการท้าทายตัวเองด้วย ซึ่งก็พอรู้ข้อมูลมาบ้างว่าการอดอาหารนั้นเป็นวิธีที่ถือว่าดีที่สุดในการรักษาตัวเอง เพราะเมื่อเราหยุดกินอาหาร ร่างกายก็จะหยุดย่อยและได้มีโอกาสพักงานที่เคยต้องใช้พลังงานมหาศาลไปเพื่อย่อยอาหารตั้งแต่ปากจนถึงลำไส้น้อยใหญ่หลายขด ก็เปลี่ยนมาใช้ไปเพื่อชะล้างสารพิษในร่างกายหรือที่เรียกว่าดีท็อกซ์ (Detoxification) และรักษาตัวเองในส่วนที่เสียหายเป็นลำดับต่อไปได้ จริงๆแล้วร่างกายของเรา็็ก็ทำกระบวนการนี้ตอนที่เราหลับอยู่ แต่ถ้าเราให้เวลาร่างกายตัวเองมากกว่าแค่ตอนหลับโดยไม่กินอะไรในช่วงที่ตื่นด้วย ก็จะเป็นการเพิ่้มโอกาสให้ร่างกายภายในได้รักษาตัวเองได้มากยิ่งขึ้น แม้แต่พวกสัตว์เองก็ฟาสต์ เคยสังเกตุมั้ยว่าหมาแมวที่บ้านเวลาที่มันป่วยมันจะไม่ยอมกินข้าวที่เราให้เลย อย่างหมาบ้านเฟิร์ส อีฟองฟู มันจะไม่แตะข้าวที่ให้เลยเป็นวันๆ แ่ค่วิ่งๆมาดมดูแล้วก็เบือนหน้าหนี จนแม่คิดว่ามันประท้วงที่ให้กับข้าวมันเหมือนเมื่อวานรึเปล่ามันเลยเบื่อ วิ่งไปกินหญ้าเขียวๆที่ขึ้นริมถนนแทน  แต่จริงๆแล้วการหยุดกินอาหารในช่วงที่สัตว์ป่วยมันเป็นไปโดยสัญชาตญาณของสิ่้งมีชีวิตค่ะ ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์ก็ควรจะหยุดพักร่างกายบ้างเพื่อให้เวลามันซ่อมแซมตัวเองด้วยเหมือนกัน 

เข้าเรื่องเลยนะ หลังจากตัดสินใจว่าจะฟาสต์ เฟิร์สก็ปรึกษากับแฟนซึ่งคนนี้เค้าผ่านการฟาสต์มาแล้วและมีความรู้เรื่องการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดอย่างดีมีข้อมูลเพียบ ฮีแนะนำว่าควรจะอดอาหารด้วยการกินน้ำเปล่าหรือ Water Fasting และต่อด้วย High Water Mono Fruit ก็ตกลงตามนี้ เืริ่มได้..

 ..วันที่ 1 ชิลชิลจัง
วันนี้ทำ Water Fasting กินแต่น้ำเปล่าเท่านั้น เริ่มจากตื่นมากินน้ำเปล่า 1 แก้วใหญ่ แล้วก็ใ้ช้ชีวิตโดยพยายามไม่คิดถึงเรื่องกิน ถ้าหิวก็กรอกน้ำเปล่าเข้าปากเรื่อยๆ เออ มันก็แปลกดี เพราะเหมือนว่าวันเสาร์นี้มันต่างกับเสาร์ที่แล้ว เวลามันผ่านไปช้ามากๆ มีเวลาทำงานบ้านเยอะเลย อย่างเช่นจัดระเบียบให้ตู้เสื้อผ้าที่โคตรจะรกหลังจากทำเป็นไม่รู้ว่ามันรกมานาน ต่อด้วยจัดตู้กับข้าวใ้ห้สวยงามปราศจากมดและปีเตอร์น้อยใหญ่ พลังงานในวันแรกนี้เยอะเหมือนวันที่กินอาหารตามปกติ และคงเพราะว่าไม่ต้องใ้ช้เวลาไปในการคิดเมนูว่าจะกินอะไรดีวะวันนี้ อ่ะคิดได้เดินไปซื้อ ซื้อแล้วก็เดินกลับบ้านมานั่งกิน อิ่มแล้วนั่งย่อยต่อ พอไม่ได้ใช้เวลาไปเพื่อกิจกรรมในการกินมันเลยว่างมากและมีพลังงานเยอะ สมมุติขำๆว่าพลังงานเต็มแม็กเท่ากับ10 เฟิร์สก็มีเต็มแม็กเลยสำหรับวันแรก แต่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ก่อนนอนในหัวมันคิดถึงแต่อาหารลอยไปลอยมา จำได้ว่าอยากกินพิซซ่าจนผลอยหลับไป คงเป็นความต้องการของวิญญาณเด็กอ้วนที่สิงอยู่ในร่างมานานแล้วสินะ

..วันที่สอง ร้อนๆหนาวๆบรึ๋ยๆไข้แดรก
วันนี้ก็ยังกินแต่น้ำเปล่าต่ออีกวันนึง ตื่นมาเพลียๆไม่ค่อยมีพลังงาน เลยกินน้ำไป 1 แก้วแล้วหลับต่อ ตื่นมาอีกทีก็สายๆ ไม่หิวเลย แต่ว่ามันทำอะไรนิดนึงก็เหนื่อยมาก แค่อาบน้ำแล้วก็ยืนหน้าตู้เืสื้อผ้าคิืดว่าจะใส่อะไรดียังต้องถอยมานั่งพักเหนื่อยบนเตียงก่อน  แล้วก็รู้สึกว่าหนาวมากๆด้วย จนต้องใส่ถุงเท้ากับเสื้อหนาวนอนห่มผ้า  แต่ดั๊นมีเหงื่อออกเยอะมากตอนหลับ  คือมันหนาวสะท้านมาจากข้างในเหมือนเป็นไข้หนัก เลยนั่งค้นข้อมูลจากในเน็ทมาก็พบว่าอาการเหมือนเป็นไข้ในช่วง ที่ฟาสต์ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่าตกใจ เป็นธรรมดาเพราะร่างกายกำลังทำหน้าที่รักษาตัวเองของมันอยู่ โปรดทำใจ แต่ที่ทำใจไม่ค่อยไหวก็คือกลิ่นเต่าทั้งสองข้างมันแรวงส์มากๆ  เหม็นแบบรับตัวเองไม่ได้เลย ขนาดเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆก็เหม็นโคตร หมดความมั่นใจใต้วงแขนไปเยอะ แต่ไม่อยากใช้สารส้มเพราะอีกใจนึงก็อยากปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ถามแฟนเล่นๆว่า นี่ๆเหม็นจั๊กแร้เฟิร์สป่าว เผื่อว่าฮีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจหรือปลอบใจบ้าง  ฮียิ้มๆบอกว่า เต่าเหม็น ปากก็เหม็น..นิดหน่อย  ห้าาาาาาา  ขอบคุณนะที่รักที่มีคำว่านิดหน่อยต่อท้าย ทนๆเอาหน่อยสิยะ ชิ เอาเป็นว่าวันนี้ก็เป็นคนป่วยเต่าเหม็นปากเหม็นที่ขี้หนาว ลองๆจับอีน้องก้อนในรักแร้ปรากฏว่ามันหายเจ็บแล้วแต่ยังเป็นไตอยู่แต่เล็กลง เย่ๆ มีกำลังใจให้อดอาหารเพิ่มขึ้นแล้ว ส่วนความอยากอาหารก็เพิ่มขึ้นจากวันแรกเยอะเหมือนกัน ไม่หิวแต่อยากกิน ท่องในใจว่ากินน้ำ กินน้ำ แต่อาการป่วย ร้อนๆหนาวๆก็ยังอยู่และ่อ่อนระโหยโรยแรงมาก เลยใ้ห้แฟนช่วยปล่อยพลังชี่ให้ซะเลย ปกติเค้าก็ทำให้บ่อยๆตอนเฟิร์สป่วย เรียกว่า Energy Healing หรือการรักษาโดยพลังชีิวิต (Life Force, Chi ) จริงๆแล้วการรักษาด้วยวิธีนี้มีหลายชื่อแล้วแต่จะเรียก เช่น เรกิ ( Reiki) , ชี่กง วิธีการคือเอามือของเค้ามาทาบกับตัวเราตรงส่วนที่ต้องการจะรับพลัง คล้ายๆกับที่เราเห็นในหนังจีนกำัลังภายในตอนเด็กนั่นแหละ ที่จะมีท่านอาจารย์ทาบฝ่ามือทั้งสองข้างที่หลังของลูกศิษย์หรือผู้เคราะห์ร้ายที่โดนยาพิษ แล้วซักพักคนที่โดนพิษก็จะกระอักออกมาเป็นเลือด  ซึ่งในความจริงแล้วก็ไม่ต่างจากหนังจีนซักเท่าไหร่ เพราะในช่วงสิบปีมานี้ทางจีนมีการค้นคว้าเกี่ยวกับพลังชี่เพื่อศึกษาให้ได้ว่า "ชี่" ที่บอกกันมาคืออะไร ก็พบว่าพลังชี่เป็นประจุไฟฟ้าแผ่ออกมามีสภาพเหมือนแม่เหล็กที่จะดูดและผลักได้ ประจุไฟฟ้ากับความร้อนจะช่วยรักษาโรค ยิ่งประจุไฟฟ้าเพิ่มมาก ก็จะยิ่งทำให้ระบบร่างกายไหลเวียนดี และรักษาความสมดุลของร่างกาย ซึ่งก็น่าจะเป็นตามนั้นเพราะเฟิร์สจะรู้สึกถึงพลังไฟฟ้าจากมือร้อนๆของเค้าเข้ามาในตัว มีพลังแบบอบอุ่นเข้าไปนวดๆอวัยวะภายใน  รู้สึกดีขึ้น ผ่อนคลายและมีแรงมากขึ้น รู้สึกว่าจากพลังงานอยู่ที่ 2 ขีด เพิ่มเป็นเกือบ 10 ขีดเลย


วันที่ 3   วันแห่ง Mono Fruit                       
วันนี้ตื่นมาไม่หนาวแล้ว ลองดมดูเต่าฟรืดๆ  \O/ โอ๊ะ ก็ยัง แรงเหมือนเดิม ง่า แต่เริ่มมีพลังงานเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว มื้อแรกของวันนี้ก็ยังเป็นน้ำเปล่าจนกระทั่งตอนเีที่ยงเปลี่ยนเป็น Mono Fruit เลือกกินผลไม้แค่ 1 อย่างกินเท่าไหร่ก็ได้แต่ต้องเป็น High Water Fruit ผลไม้น้ำเยอะๆ เฟิร์สเลือกแตงโมแล้วกัน กินไป 1 ลูกทั้งวัน มื้อละครึ่งลูก ก็อิ่มและแอบเบื่อเพราะไม่ค่อยชอบกินรสชาดเดิมๆ แหะๆ ฉี่บ่อยมากเป็นท่อแตกเลยวันนี้ ส่วนพลังงานมันขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวมีแรงเต้นบ้าๆ เดี่ยวนอนซม แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีแบบเบื่อๆแตงโม ส่วนอีน้องก้อนในจั๊กแร้ที่คาดว่ามันน่าจะหายไปมันก็หายไปแล้วจริงๆ ถือเป็นรางวัลจากการอดอาหารรักษาตัวเองที่ได้ผลและคุ้มค่าจนแอบติดใจ เพราะนอกจากจะหายปวดจั๊กแร้และไม่มีก้อนให้กวนใจแล้ว เฟิร์สยังผอมลงด้วย ดีใจมากค่ะ กลับมาใส่เสื้อยืดสุดที่รักที่เคยรัดติ้วติดช่วงแขนล่ำได้ในพริบตา แอบติดใจการฟาสต์ คิดว่ามีหนหน้ามีอีกแน่นอน
 
 หากใครสนใจอยากรักษาตัวเองด้วยวิธีอดอาหารก็มีออพชั่นให้เลือกด้วยนะ อย่างเช่น Juice Fast กินน้ำผักผลไม้ได้ไม่จำกัดแทนมื้อปกติ หรือกินผลไม้ 1 ชนิดทั้งวันก็ได้ อันนี้แล้วแต่ถนัด แต่แน่นอนว่าวิธีนี้ยากกว่าแค่ป่วยแล้วก็เดินไปซื้อยามากินมาก เพราะมันต้องใช้ใจที่หนักแน่นพอสมควร ถือซะว่าเป็นการฝึกความอดทนให้ตัวเองซึ่งผลตอบแทนมันก็คุ้มค่าน่าลองดูซักครั้งสองครั้งในชีวิต ส่วนยาเม็ดแผนปัจจุบันน่ะถึงจะง่ายดี แต่ก็ต้องแลกมาด้วยสารเคมีที่จะตกค้างในร่างกาย และผลข้างเีคียงที่บางทีก็ไม่คุ้มอย่างผมร่วง กินอะไรไม่ได้ผะอืดผะอมตลอดเวลา ไปจนกระทั่งหมดสมรรถภาพทางเพศ บางคนถึงกับแพ้ยาบางตัวกินแล้วแย่หนักกว่าเดิมก็มี นั่นแปลว่ามันไม่ได้ช่วยให้สุขภาพใครดีขึ้นเลย ตรงกันข้ามกลับทำร้ายสุขภาพซะมากกว่า ลองดูรายงานของ Journal of the American Medical Association (JAMA) บอกว่ามีคนอเมริกันตายเป็นแสนคนต่อปีจากยาที่คนไข้ได้รัับ รวมถึงการผ่าตัดมั่วอีกในช่วงที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล MedicalMistakes Kill 100,000+ Americans A Year



เห็นข้อมูลแล้วปวดใจจริงๆค่ะ  เฮ้อ ทางที่ดีเราควรจะไว้ใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของสุขภาพตัวเองให้มากกกว่าฝากชีิิวิตไว้กับคนอื่นนะคะ ที่สำคัญควรรักษาสุขภาพกันไว้ตั้งแต่วันนี้เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพราะมันไม่ใช่ถูกๆเลยล่ะค่ายา  หรือลองรักษาตัวเองด้วยการอดอาหารขจัดพิษดูอันนี้ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆและไม่ต้องเสี่ยงตายด้วย เอาเป็นว่าขอให้สุขภาพดีแล้วค่ะกัน
ด้วยความปรารถนาดีจาก First on Fire..

30 comments:

  1. Hello First..... I just came off a 48 hour fast tonight. I do a fast onece a week for 24 hours or more. Your body after a while of doing it all the time looks forward each week to having a brake. I feel so much better fasting. And with Eric's help we are slowly cutting out meats. Thanks for the great post Eric shared what this post says to Kim and I. Have a great week and keep up the great work. Love from Maine 143 :-)

    ReplyDelete
  2. I always thought that fasting is too difficult for me but after 3 days I love it and wanna do it again for longer next time. I felt lighter and so glad it helped me lose weight I can wear my old jeans again. You are so great for fasting , Eric told me that you and Kim are getting healthier nowadays. good to hear that you cutting meat out of your diet :D. Thank you for your nice comment.

    ReplyDelete
  3. เฮ้ย! ลดความอ้วนได้ด้วยใช่ป่ะคะ ?

    ช่วย @ facebook มาหน่อยได้มั้ย ? ชอบมากๆวิธีนี้ อยากจะปรึกษาน่ะค่ะ

    http://www.facebook.com/profile.php?id=100001250920681

    sweetmarry_fon@hotmail.com อันนี้เมล์ที่เล่น face นะคะ

    ReplyDelete
  4. ลดได้แน่นอนค่ะ ปรึกษาได้เลยในนี้นะคะ คนอื่นจะได้อ่านเป็นแนวทางด้วยค่ะ ^_^

    ReplyDelete
  5. ของลองทำบ้างนะครับ เริ่มพรุ่งนี้เลยครับ ว่าแต่กินน้ำทั้งวัน ถ้าไม่ได้เป็นน้ำเปล่าได้มั๊ยครับ เป็นน้ำชามะละกอ สลับกับน้ำใบย่านาง สลับกับน้ำเม็ดแมงลัก แทน

    ReplyDelete
  6. สวัสดีค่ะคุณ Suwan จริงๆแล้วการอดอาหารล้างพิษนี่มีหลายตัวเลือกทั้งกินแต่้น้ำเปล่าและน้ำผลไม้แยกกาก หรือกินแต่ผลไม้ที่มีน้ำเยอะๆอย่างแตงโมก็ดี เพียงแต่ว่าคุณควรกินสิ่งที่ย่อยง่ายๆไม่ลำบากลำไส้มากและต้องไม่ผสมน้ำตาล น้ำชามะละกอ น้ำใบย่านาง ดีค่ะ แต่ไม่แน่ใจสำหรับเม็ดแมงลักนะคะแต่ลองดูก็ไม่น่าจะมีปัญหา ไม่ทราบว่าคุณ Suwan ตั้งใจไว้ว่าจะทำำกี่วันคะ แล้วทำไมถึงอยากลองวิธีนี้คะ

    ReplyDelete
  7. สวัสดีครับ ผมอยากลองอดบ้างเพราะมีก้อนไขมันเหมือนกัน เป็นร้อยๆก้อนเลย T T จะไปผ่าก็ไม่ไหวไม่มีทางอื่นเลยนอกจากผ่า เห็นฝรั่งบางคนทำแล้วดีขึ้น ==> http://www.lipomaboard.com/treatments-cures-f3/water-fasting-t339.html

    เลยว่าจะลองดู ขอให้ได้ผลเถอะเพี้ยงงง -*-

    ReplyDelete
  8. Ooh My God มีร้อยก้อนเลยเหรอคะเนี่ย!!! เฟิร์สมีแค่ 1 ก้อนก็รำคาญจะแย่แล้วค่ะ แนะนำว่าหลังจากทำ Water Fasting เสร็จแล้ว ควรทำ Juice Fast คือดื่มแต่น้ำผักผลไม้แยกกากต่อเลยนะคะ เป็นการล้างพิษให้ร่างกายแต่ได้พลังงานค่ะ หรือกินเฉพาะผักผลไ้ม้สดๆเท่านั้น ลองศึกษาเรื่อง Raw Vegan ดูนะคะ เฟิร์สกินแบบนี้และร่างกายดีขึ้นมากค่ะ และการที่มีก้อนไขมันเกิดจากอาหารที่คุณกินค่ะ ที่ควรเลี่ยงคือเนื้อสัตว์ นม ไข่ ชีส เพราะเป็นกรดและไขมันสูง การผ่าตัดเอาเจ้าก้อนไขมันออกไม่่ช่วยอะไรถ้าไม่เปลี่ยนวิธีกินมันก็จะกลับมาอีก แล้วคุณก็ต้องเจ็บตัวเสียตังค์เพิ่มอีก สิ่งสำคัญคือการรักษาตัวเอง และดูแลเรื่องอาหารค่ะ

    ลองดูวีดีโอของคุณหมอโรเบิร์ต มอร์ส รักษาด้วยวิธีธรรมชาติเช่นการล้างพิษให้ร่างกายที่หมอบอกว่าเป็นการรักษาได้ทุกโรคค่ะ

    The Cure for Everything - Fasting, Detox, and Raw Living Foods
    http://www.atlanteanconspiracy.com/2011/09/cure-for-everything-fasting-detox-and.html

    ขอให้หายเร็วๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ถ้ามีเวลาอยากให้อัพเดทให้ฟังนะคะว่าได้ผลยังไงบ้าง

    ReplyDelete
  9. ครับขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำ ไว้ได้ผลยังไงจะมาแจ้งให้ทราบกัน ครับผม(ไม่รู้จะทนหิวได้ป่าวฮ่าๆ)

    ReplyDelete
  10. เรื่องทนหิวต้องทนให้ได้ค่ะ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาตัวเองด้วยวิธี Fasting มันอาจไม่ง่ายที่ต้องทนหิว แต่ก็ไม่ยากเกินไป สำคัญที่ใจต้องสู้ค่ะถ้าทำสำเร็จคุณจะภูมิใจในตัวเองที่รักษาตัวเองได้โดยไม่ต้องเสียซักบาทค่ะ
    สู้ๆนะคะ :D

    ReplyDelete
  11. สวัสดีค่ะคุณเฟิร์ส ดิฉันเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) และได้เคยผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้งเพื่อเลาะพังผืด, ตัดเนื้องอกและช็อคโกแลต ซีสต์ออกไป ครั้งที่ 2 เพิ่งผ่าไปตอนปลายเดือนเมษาที่ผ่านมาค่ะ หลังจากนั้นก็ต้องฉีดฮอร์โมนเพื่อไม่ให้มีประจำเดือน ฉีดเดือนละครั้งตอนนี้ก็ 5 ครั้งแล้วค่ะ ผลข้างเคียงจากการฉีดฮอร์โมนคือจะทำให้อ้วนและบวมน้ำ ดิฉันเลยพยายามควบคุมและลดน้ำหนักอยู่ แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้างค่ะ น้ำหนักตอนนี้ประมาณ 65-66 กก.ค่ะ

    และเนื่องจากดิฉันยังคงมีเนื้องอกอยู่ในมดลูกที่ไม่สามารถผ่าออกมาได้เมื่อคราวล่าสุดที่ผ่า ดิฉันเลยตัดสินใจทานมังสวิรัติมาเกือบ 3 เดือนแล้วค่ะ และตั้งใจจะทานไปตลอดเลย (ดิฉันทานมังแบบทานไข่และนมได้ค่ะ) แต่ปัญหาสำหรับคนที่อยากลดความอ้วนอย่างดิฉันคือ ดิฉันทานแป้งเยอะมากในแต่ละวัน เพราะไม่สามารถทานเนื้อสัตว์ได้ และก็ทานไข่วันละ 2 ฟองอย่างต่ำ

    ดิฉันจึงอยากปรึกษาคุณเฟิร์สว่า Condition อย่างดิฉันสามารถทำ Fasting ได้มั้ยคะ? เพื่อ 1.เป็นการลดความอ้วนไปในตัว 2.เป็นการล้างสารพิษตามวัตถุประสงค์หลักของการทำ Fasting และถ้าทำได้ Fasting แบบไหนที่เหมาะที่สุดคะ และร่างกายคนเรา (อย่างดิฉัน) สามารถทำได้นานที่สุดกี่วันคะ?

    ขอบคุณมากค่ะ

    ReplyDelete
  12. สวัสดีค่ะ
    ก่อนอื่นอยากบอกว่าดีใจด้วยที่เปลี่ยนมาทานแบบมังสวิรัตินะคะ เป็นการเริ่มต้นรักษาตัวเองที่ดีแล้วค่ะ เก่งมากๆ
    สำหรับอาการต่างๆที่เล่ามา ทั้งตัวบวม อ้วนขึ้นจากการฉีดฮอร์โมน แนะำนำว่าให้หยุดทานไข่และนมด้วยจะดีกว่าค่ะ จากประสบการณ์ตรงเฟิร์สเริ่มเป็นมังสวิรัติแบบกินไข่นม 2 ปี และขยับมาเป็นแบบ Vegan คือไม่กินนมไข่ได้ 1ปีกว่า รู้ึสึกได้เลยว่ามันต่างกันจริงๆ ตอนนั้นที่ยังทานไข่นม เฟิร์สยังมีไขมันส่วนเกินมาก แต่พอหยุดทานแล้วไขมันรอบเอวบางลง เสื้อผ้าหลวมได้อีก ทำให้รู้เลยว่าไข่และนมนี่แหละตัวอ้วนค่ะ และที่สำคัญมันมี Acid หรือกรดสูง ทราบมั้ยว่าทั้งเนื้องอก ซีสต์ มะเร็ง จะเกิดได้เฉพาะในร่างกายที่มีกรดสูงเท่านั้น และอาหารที่เรากินนี่แหละที่กำหนดค่ากรดด่างของร่างกายเรา ดังนั้นถ้าอยากรักษาตัวเองจากเนื้องอก อาหารที่คุณกินควรเน้นที่มีค่าเป็น Alkaline หรือเป็นด่างอย่างผักผลไม้ค่ะ เฟิร์สเคยเขียนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องค่าความเป็นกรด-ด่างของร่างกายไว้แล้วรวมถึงการรักษาตัวเองและลดความอ้วนแบบ Juice Fast ดื่มแต่น้ำผักผลไม้สดแยกกากอย่างเดียวซึ่งได้ผลดีมากด้วยค่ะ
    http://firstonfire.blogspot.com/2012/07/blog-post.html ไม่ทราบว่าที่บ้านมีเครื่องแยกกากหรือที่เรียกว่า Juicer มั้ยคะ เฟิร์สว่าน่าจะหาซื้อไว้เพราะเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่ามากจริงๆค่ะ โดยเฉพาะคุณที่กำลังอยากจะเริ่มล้างพิษและลดความอ้วน การกินน้ำผักผลไม้แยกกากจะดีกว่ากินแค่น้ำเปล่าเพราะจะทำได้นานกว่า ง่ายกว่า เพราะยังได้รับรสชาตและสารอาหารอยู่ แต่ถ้าอยากทำแบบ Water Fasting ก็ทำเลยค่ะซัก 3 วัน แล้วต่อด้วย Juice Fast นานแค่ไหนก็ได้ค่ะ ยิ่งนานยิ่งได้ประสิทธิภาพเพราะเท่ากับว่าคุณให้เวลาร่างกายได้รักษาตัวเองค่ะ หลังจากทำ Juice Fast จนรู้สึกว่าอยากกินอะไรบ้างแล้ว แนะนำว่าควรทานแบบ Raw Vegan เน้นแต่ผักสดผลไม้สดต่อเลยค่ะ ลองอ่านประสบการณ์ของคนนี้ดู เค้าเป็นโรค Endometriosis เหมือนคุณ และรักษาตัวเองด้วยการกินแบบ Raw Vegan อาการเจ็บปวด อาเจียน ปวดหลังก็หายไปเลยค่ะ
    Endometriosis Pain - Gone Forever!
    http://www.loving-it-raw.com/endometriosis-pain.html

    ส่วนที่บอกว่าช่วงนี้ทานแป้งเยอะเพราะไม่ได้กินเนื้อสัตว์ ตรงนี้ต้องเ้ข้าใจก่อนว่าถ้าเปลี่ยนมาทานมังคุณจะได้รับแคลอรี่น้อยลง เพราะผักผลไม้มีแคลอรี่ต่ำ ทำให้หิวบ่อยเพราะได้รับแคลอรี่ไม่เพียงพอ ควรเน้นทานผลไม้มากๆ โดยเฉพาะมื้อเช้าควรเป็นผลไม้เท่านั้นจะทานอะไรก็ได้ เฟิร์สเองส่วนใหญ่ทานกล้วยหอมค่ะ กินให้อิ่มเลยนะคะ ไม่ต้องกลัวอ้วนเพราะผลไม้ไขมันต่ำ และน้ำตาลในผลไม้ไม่ทำให้อ้วนค่ะ ร่างกายคนเราต้องการน้ำตาลไปเลี้ยงสมองและเป็นพลังงานให้ร่างกาย แต่น้ำตาลแปรรูปเกล็ดสีขาวไม่ดีต่อร่างกายค่ะ ดังนั้นถ้าหิวเมื่อไหร่รีบทานผลไม้เลยค่ะ ถ้าอยากทานแป้งเลือกเป็นข้่าวกล้องได้ไ่ม่มีปัญหาค่ะ ทานกับพวกผักเห็ดได้ทั้งนั้น แต่ขนมปังไม่ควรค่ะ

    ถ้าตัดสินใจทำแบบที่เฟิร์สแนะนำ อยากให้เล่าให้ฟังด้วยค่ะว่าผลเป็นยังไง เผื่อว่าจะได้เป็นแนวทางสำหรับคนอื่นด้วย ถ้ามีอะไรติดขัดเฟิร์สยินดีให้คำปรึกษานะคะ เอาใจช่วยให้หายเร็วๆค่ะ การรักษาตัวเองไม่ง่ายเหมือนกินยาหรือผ่าตัดออก เพราะต้องใช้ความอดทนและพลังใจสูง แต่รับรองว่าคุ้มค่าต่อความพยายามเพราะคุณจะได้สุขภาพที่ดีขึ้นด้วยในอนาคต สู้ๆนะคะ ^^

    ReplyDelete
  13. น่าสนมากๆค่ะ

    ReplyDelete
  14. อยากทราบ หลังจากที่ จขบ.กินมังสวิรัติ แล้วปัญหาเรื่องสิวหายบ้างหรือเปล่าคะ?

    ReplyDelete
  15. ขอบคุสำหรับคอมเม้นต์นะคะคุณ Nat :)
    ปกติเฟิร์สไม่ค่อยมีิสิวอยู่แล้วค่ะยกเว้นช่วงก่อนเป็นเมนส์สิวจะมาเยี่ยมตรงคาง 2-3 เม็ดและมาประจำทุกเดือนค่ะ แต่หลังจากหยุดทานผลิตภัณฑ์นมอย่างพวกชีส นมสด แล้วดีขึ้นค่ะจะมีบ้างก็เม็ดเดียว คิดว่าเกี่ยวกับนมนะคะ เพราะในนมจะมีฮอร์โมนแม่วัวลูกอ่อนที่มีฮอร์โมนสูงมากๆและทำให้เกิดสิวเมื่อเราดื่มมันเข้าไปค่ะ ถ้าคุณ Nat มีปัญหาเรื่องสิวลองหยุดกินพวกนม ชิส โยเกิร์ฺตซัก 1-2 อาทิตย์แล้วดูว่าอาการดีขึ้นหรือเปล่า

    ReplyDelete
  16. กินแต่น้ำเปล่าอย่างเดียวมาวันนี้วันที่สอง อาการเหมือนคุณเฟิร์ตเลยค่ะ อยรกทราบว่าวันที่3 นอกจากแตงโมแล้วมีผลไม้อย่างอื่นไหมคะ แล้วถ้าผ่าน3วันไปได้ วันที่4เอจะเริ่มกิน Raw Reganได้เลยใช่ไหมคะ

    ReplyDelete
  17. ก่อนอื่นขอชื่นชมในความอดทนที่ผ่านวันแรก และกำลังจะผ่านวันที่สองนะคะ เก่งมากๆค่ะ ส่วนวันสุดท้ายเลือกทานแตงโมหรือผลไม้อื่นที่มีน้ำเยอะๆค่ะจะได้ไม่เบื่อกินแต่น้ำเปล่าและจะได้พลังงานเพิ่มด้วย หลังจากนั้นถ้าอยากเริ่มทาน Raw Vegan ก็เิ่ริ่มได้เลยค่ะ
    แต่แอบสงสัยว่าที่เริ่มฟาสติ้งเพราะอะไรคะ เพื่อรักษาโรคหรือว่าเพื่อล้างพิษเฉยๆ ยังไงก็ขอให้สำเร็จค่ะ สู้ๆนะ ^_^

    ReplyDelete
    Replies
    1. อยากล้างพิษ ลดน้ำหนัก และอยากสุขภาพดีค่ะ

      Delete
    2. เอาใจช่วยค่ะสู้ๆ ^^

      Delete
  18. ...แตงโมเป็นผักครับไม่ใช่ผลไม้...

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณค่ะเพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามันคือผัก แ่ต่ด้วยความหวานฉ่ำของมันเฟิร์สก็ยังคิดว่ามันคือผลไม้ต่อไป อิอิ

      Delete
  19. เราชอบวิธีทำ Juice Fast นะคะ แล้วตอนนี้ก็เพิ่งทำแบรนด์น้ำผักและผลไม้ สำหรับ Juice Fast ของตัวเอง เป็นผักออแกนิค ใช้วิธีการคั้นแบบไม่มีความร้อนมาเกี่ยวข้องค่ะ สั่งออนไลน์ได้และเราจัดส่งให้ที่บ้านค่ะ ลองแวะดูได้ที่ https://www.facebook.com/mejuicepress ได้เลยค่ะ

    ReplyDelete
  20. พี่เฟริสครับ หลังจากที่ทานแต่น้ำ 3 วันนี่คือลำไส้จะสะอาดแล้วไช่ปะงิ หรือถ้ามันยังไม่พอต้องทำกี่วันแล้วทำอไรต่อหรอคับ คือผมอยากทำทีเดียวไห้มันหมดไส้หมดพุงเบยพวกสารพิษอ่าคับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ลองทำสวนล้างลำไส้หลังจากฟาสติ้งนะคะ พี่เฟิร์สก็ทำเหมือนกันจะช่วยเอาพวกไข่พยาธิออกมาด้วยค่ะ

      Delete
  21. ขอบอกว่าวิธีนี้ทำได้จริงและเป็นผลดีต่อร่างกาย ด้วย พอีมาเจอกระทู้นี้เลยขอ คอนเฟริมเจ้าของด้วยนะคะไม่คิดว่าจะมีใครทำคล้ายกับเรา5555555555 มันจะโชคดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทานข้าวแต่ชอบทานผัก ผลไม้ จะไม่ต้องทรมานเทียบกับคนที่ต้องทานข้าว

    ReplyDelete
  22. เพิ่งอ่านเจอค่ะ ไม่เคยค้นด้วยภาษาไทยมาก่อน. ส่วนตัวทำอดอาหารดื่มแต่น้ำมาหลายครั้งแล้วดีมากๆเลยค่ะ. แต่คราวนี้จะลองแบบอด 21วัน และถ้าดีจะทำให้ครบ 40วันเลยค่ะ ดื่มน้ำอย่างเดียวค่ะ นี่วันที่ 6แล้วยังไม่รู้สึกหิวเลยค่ะ มีแต่ความอยากเท่านั้น.

    ที่ดีมากๆคืออาการภูมิแพ้ดีขึ้นมากๆ หลับได้ยาวขึ้นค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณที่เล่าให้ฟังกันนะคะ นับถือความพยายามที่จะทำให้ครบ 40 วัน แต่แอบเป็นห่วงกลัวร่างกายได้รับสารอาหารไม่พอค่ะ ยังไงถ้าทำสำเร็จมาเล่าให้ฟังอีกนะคะว่าอาการเป็นยังไงบ้าง :)

      Delete
  23. เคยได้ยินแต่ข้อมูลของการอดอาหารว่า ไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะถ้าเอามาเป็นวิธีลดความอ้วน ด้วยแล้ว จะเกิดผลของ โยโย่เอฟเฟค ทำให้กลับมาอ้วนหนักกว่าเดิม ผมเลยมีคำถามว่า วิธีอดอาหารล้างพิษแบบนี้ ถ้าเราสนใจทำเพราะเรื่องสุขภาพ เกี่ยวกับการบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บอย่างเดี๋ยว โดยไม่ได้คิดจะลดน้ำหนัก จะทำให้มีของแถมเป็นน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตามมาหรือเปล่าครับ..........

    ReplyDelete