 |
| Angela Cooked - Angela Raw |
นอกจาก raw food จะให้พลังงานต่ำแล้ว ประโยชน์ที่สำคัญมากๆของ raw food ก็คือ มีเอ็นไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารที่คุณกินเข้าไป เมื่อคุณกิน raw food ร่างกายคุณจึงทำงานได้ง่ายขึ้ัน อะไรที่เรากินเข้าไปก็ย่อยง่ายถ่ายคล่อง ไม่เก็บไว้ทำให้รู้สึกตัวบวมอืด
 |
| Todd Cooked - Todd Raw |
ซึ่งถ้าเปรียบกับ cooked food หรืออาหารที่ตายแล้ว มันไม่มีเอ็นไซม์เหลือแล้วค่ะ ร่างกายของคุณจะต้องดึงเอาเอ็นไซม์ในร่างกายที่คุณมีอยู่แล้ว มาใช้ย่อยอาหารที่คุณกิน นั่นทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักกว่าเดิมอีก ปกติแล้วร่างกายเราสามารถสร้างเอ็นไซม์ได้ แต่ยิ่งใช้มันก็จะยิ่งลดจำนวนลงเรื่อยๆ เพราะถูกดึงไปใช้ นี่แหละเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมพอเริ่มแก่ตัวถึงลดความอ้วนยากกว่าตอนเด็กตอนวัยรุ่น แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะ raw food ช่วยแก้ปัญหานี้ให้คุณได้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ raw food ก็จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน
 |
| Cecilia Cooked - Cecilia Raw |
อีกหนึ่งข้อดีของ raw food ก็คือ มีกากไยอาหาร มากกว่าอาหารจำพวกแป้งกับเนื้อสัตว์ที่ไม่มีกากไยอาหาร หรือไฟเบอร์เลย ไฟเบอร์คือเส้นใยละเอียดเล็กๆ เมื่อกินเข้าไปกระเพาะลำไส้จะไม่ดูดซืมสารพวกนี้ แต่มันจะถูกขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ คนที่กินผักและผลไม้มาก จะมีปริมาณอุจจาระมากและนุ่ม ทำให้ท้องไม่ผูก ขับถ่ายง่าย เมื่อขับถ่ายคล่อง ไม่ต้องใช้แรงเบ่งมาก ก็ป้องกันโรคริดสีดวงทวารที่เกิดจากหลอดเลือดดำในทวารขอด และแตกปริเนื่องจากการเบ่งอึ จากการค้นคว้าของสถาบันมะเร็งของสหรัฐอเมริกา พบว่าการกินอาหารที่มีกากใยอาหารหรือไฟเบอร์เพียงพอ จะช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งในลำไส้ลงได้ถึง 49%เลย นอกจากนั้นไฟเบอร์ยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งจะช่วยลดโอกาสของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอื่นๆอีกหลายโรค
 |
| Audrey Cooked - Audrey Raw |
ส่วนคนไหนที่มีวิญญาณเด็กอ้วนสิงอยู่เหมือนเฟิร์ส คือชอบกินของหวาน คุณไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไปแล้ว เพราะผลไม้สดๆนั้นสามารถทดแทนได้ ลองเลือกผลไม้หวานๆที่คุณชอบเฟิร์สชอบแคนตาลูปแช่เย็น ,มะม่วงสุก มังคุด แม้แต่ทุเรียน พวกนี้กินแทนขนมไปเลย รับรองว่า อิ่มอร่อย สุขภาพดีไม่ต้องกลัวอ้วนด้วยนะ แต่ถ้าอยากกินพวกเค้ก หรือขนมจริงๆ เค้าก็มีขายกันค่ะ เป็นเค้กเจ๋งๆทำด้วยถั่ว กับผลไม้ เคยไปลองที่ร้าน Rasayana Retreat ที่สุขุมวิทกับแฟน หลังจากได้ลอง Coconut Cheesecake ของเค้าแล้ว ทั้งเฟิร์สและแฟนก็ชอบกันมากๆ มีความเห็นตรงกันว่าอร่อยกว่าเค้กปกติด้วยซ้ำ
 |
| Jenna Cooked - Jenna Raw |
สิ่งที่สำคัญของ Raw food อีกอย่างก็คือ มันได้ชื่อว่าเป็นอาหารเพิ่มพลังชีวิต (Life Force Energy) ก็เพราะว่า raw food คืออาหารที่ยังมีชีวิต ยังไม่ไ้้ด้โดนความร้อนจนสุกตาย พอเรากินมันตอนที่มันยังมีชีวิต ก็เหมือนเราได้เพิ่มพลังชีวิตให้ตัวเอง รวมถึงเมื่อร่างกายของคุณไม่ต้องใช้พลังงานไปในการย่อยอาหารมากเกินความจำ เป็น คุณจะมีพลังงานเหลือเฟือจนคุณอาจจะตกใจตัวเองเลยแหละจากประสบการณ์ตรงของเฟิร์สเองที่กินแบบ raw food มาเกือบปี ถึงแม้จะไม่ได้เป็น 100% แ่ต่แค่ 85 % ก็รู้สึกได้เลยว่าเฟิร์สมีพลังงานมากขึ้น มีสมาธิมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น เอาง่ายๆว่าแต่ก่อนไม่เคยคิดเลยว่าจะมาใช้เวลาในการเขียน blog อะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้กลับมีพลังงานที่จะทำ แล้วก็มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเดิม ขี้เกียจน้อยลง จากที่ไม่ชอบเดินไกลๆ ต้องเรียกแท็กซี่ไม่งั้นก็พี่วิน เปลี่ยนเป็นคนชอบเดินไกลๆ หลายกิโล ยังแอบตกใจตัวเองเลยว่าเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้หรอเนี่ยกรู
 |
| Dixie Cooked - Dixie Raw |
สิ่งสุดยอดอีกอย่างของการลดน้ำหนักแบบ raw food ก็คือคุณจะไม่กลับมาอ้วนอีก ทำไมน่ะหรอ ? เพราะมันจะเปลี่ยนนิสัยการกินของคุณไปแบบถาวรเลยล่ะ ถึงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่เชื่อสิว่าเมื่อคุณผ่านขั้นแรก คือการเิ่ริ่มทำในตอนแรกไปได้ มันจะเิริ่มง่ายขึ้นโดยอัตโนมัติเลยล่ะ มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่สำหรับพวกเราคนไทย เพราะเราติดนิสัยการกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยว การจะให้กินผักผลไม้สดให้อิ่มเป็นมื้อๆไปนั้น ไม่ใช่เรื่องคุ้นชิน แต่ไม่ต้องกลัวไปนะคะ มันจะยากเฉพาะตอนแรกเท่านั้นค่ะ อย่าไปกลัวค่ะ ท่องเอาไว้ ความพยามอยู่ที่ไหนความผอมอยู่ีที่นั่น เมื่อคุณทำมันได้จริงๆ มันจะเปลี่ยนนิสัยการกินของคุณไปแบบถาวรโดยอัตโนมัติเลย เพราะร่างกายมันจะทำการเปลี่ยนระบบตัวเองให้ดีขึ้น คุณจะชอบผักผลไม้มากขึ้นเองเรื่อยๆ คือ level up เหมือนเล่นเกมส์ชนะ ได้ผ่านเข้าสู่ด่านต่อไป แต่ด่านของ raw food คือการยกระดับนิสัยการกินของคุณให้ืคืนสู่สามัญ back to basic สุด ๆ เพราะงั้น คุณจะไม่ยึดติดกับรสชาติอาหารที่เคยเป็นของโปรดมากเท่าเก่าอีกแล้ว เรื่องกินจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าที่มันเคยเป็น กินก็ได้ไม่กินก็ไม่เป็นไร พูดง่ายๆก็คือ มันจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณให้กลายเ็ป็นคนกินง่าย สไตล์ธรรมชาติ นี่แหละที่จะทำให้คุณผอมได้ยาวนานเท่านาน ตราบที่คุณยังยึดวิถีการกินแบบ raw food
 |
| Joel Cooked - Joel Raw |
ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงของเฟิร์สให้เห็นภาพกันซักเล็กน้อย ก่อนที่เฟิร์สจะเปลี่ยนมาเป็น raw food เฟิร์สเป็นมังสวิรัติค่ะ แต่หนักไปทาง cooked food แต่ก็ยังชอบกินสลัดบ้าง ช่วงที่เป็น มังสวัรัติแบบ cooked เฟิรสก็ไม่ได้ผอมลงเท่าไหร่เลย ยังอวบๆอยู่มาก เพราะหนักไปทางของอ้วน ด้วยความที่แอบได้ใจว่าก็ชั้นไม่กินเนื้อสัตว์แล้วอะ แต่ไม่ใช่เลย มันไม่ผอมลงเท่าที่ต้องการ T_T
 |
| Jayna Cooked- Jayna Raw |
พอได้รู้จักกับ raw food จาก internet ก็เอาวะลองดู แรกๆก็เิริ่มที่กินผลไม้มื้อเช้า กินแอปเปิ้ลเขียว มะม่วงสุก เท่าที่หาได้แถวๆออฟฟิศ มื้อกลางวันเป็นอาหารตามสั่ง 55 แต่ซัก 1 เืดือนผ่านไปเริ่มอยากจริงจังมากกว่าเดิม ก็เริ่มกินสลัด หาซื้อผักมาทำเองเลยที่ออฟฟิศ มื้อเ็ย็นก็พวกผลไม้ รู้สึกได้เลยจริงๆค่ะ ว่าร่างกายมันเบาขึ้น ขับถ่ายง่าย ทำให้โล่งสบาย มีพลังงานมากขึ้นเยอะ จากที่โดนเรียกว่าอีเฟิร์สอ้วน นี่มึงกินมังสวิรัติแล้วหรอ ก็กลายเป็นมีคนทักเรื่อยๆ แทบจะทุกวันว่าทำไมผอมลง ทุกอย่างนี้มันทำให้รู้สึกดีนะ มีความสุขขึ้น สดใสอารมณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผอมลงเรื่อยๆ เสื้อผ้าเก่าที่เคยใส่ไม่ได้ตอนนี้ก็ใส่ได้เกือบหมดแล้ว ช่วยทำให้มีกำลังใจที่จะทำเพื่อตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แปลกดีที่นิสัยการกินผักผลไม้ของเฟิร์สเปลี่ยนไปมากเลย ตอนนี้ชอบกินผักผลไม้สดมากๆ อะไรที่เกลียดกลับอร่อยกว่าที่เคยกินเลยทำให้ชอบการกินแบบนี้มากกว่าเดิมอีกค่ะ
รูปข้างบนนี้เฟิร์สถ่ายไ้ว้ตั้งแต่ปีใหม่แล้ว เพิ่งเริ่มกินแบบ raw food ได้ไม่นานเองนะ น่าจะซัก 3 เดือน ตอนนี้ผอมลงกว่าในรูปค่ะ แต่ไม่มีกล้องจะถ่ายเพราะกล้องพังยังไม่มีตังค์ซื้อ ไว้รวยแล้วจะเอาภาพปัจจุบันกว่านี้มาลงให้ดูกันค่ะ
 |
| Anthony Cooked - Anthony Raw |
สรุป ถ้าคุณกำลังคิดว่าจะเริ่มลดความอ้วนด้วยวิธีนี้ ถือว่าคุณกำลังจะก้าวสู่ขั้นตอนแรกแล้วคือ สเต็ปเริ่มทำ แนะนำว่าค่อยๆก้าวไปค่ะไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องทำ 100% เป๊ะๆ เพราะการกระโดดจาก 0 มาเป็น 100 เลย คงไม่ดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ค่อยๆทำไปค่ะ เชื่อมั้ยว่า แค่คุณเพิ่มปริมาณผักผลไม้สดเข้าไปในมื้ออาหาร และค่อยๆลดปริมาณ cooked food ลง รับรองว่าคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอน สุขภาพดีุหุ่นสวยไม่ใช่เรื่องยากถ้าคุณตั้งใจทำและทำมันจริงๆ ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี เ้ป็นกำลังใจให้นะ มีอะไรอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ถามมาได้เลยค่ะ ยินดีให้คำปรึกษานะจ้ะ ที่สำคัญห้ามเครียดจนเกินไปกับการเปลี่ยนวิธีกินมาเป็นแบบ raw food เพราะถ้าคุณเลือกที่จะเปลี่ยนมากินแบบนี้ ให้จำไว้ว่า "คุณกินมัน" ถ้าคุณเครียดหรือกดดันตัวเองปุ๊บ ถือว่าคุณโดนมันกินแล้วหล่ะ อย่าปล่อยให้มันมีอำนาจบังคับคุณ ทำไปแบบสบายๆเท่าที่คุณอยากทำ ไม่อย่างนั้นคุณจะเริ่มเบื่อ ท้อแท้ ไม่อยากทำต่อ หรือถ้าทำต่อก็จะเป็นการกดดันตัวเองมากเกินไป เกิดความเครียดอีก มันไม่คุ้มกันค่ะ ความเครียดส่งผลแย่ต่อสุขภาพทั้งกายและใจ และยังทำลายเอ็นไซม์อีกด้วยนะ!!
 |
| Jo Cooked - Jo Raw |
สำหรับภาพ Before and After มันคือภาพแห่งความสำเร็จของชาว raw food ทั้งหลาย พวกเค้าส่วนนึงหายจากโรคต่างๆที่เคยเป็นเช่นโรคผิวหนัง และลดน้ำหนักได้หลายกิโลเลย ไม่ใช่แค่ผอมลงและสุขภาพดีขึ้นเท่าั้นั้นนะ ทุกคนกลายเป็นกูรูเรื่อง raw food ,เป็นเชฟ raw food ,เขียนหนังสือเกี่ยวกับมัน ทุกคนพยามเผยแพร่เรื่องนี้ให้ทุกคนได้รู้จักกับ raw food ก็เพราะว่าพวกเค้าพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่า raw food ทำให้ชีวิตพวกเค้าดีขึ้นจริงๆ
คุณคิดเหมือนกันกับเฟิร์สมั้ยคะว่า พวกเค้าดูสวย หล่อ ขึ้นกันทุกคนเลย ดูความสุข สดใส ดูเด็กลงมากๆ และเปล่งปลั่งมาจากภายในจริงๆ ดูไว้เผื่อเป็นแรงบันดาลใจนะคะ ซักวันอาจจะเป็นวันของคุณก็ได้นะ ถ้าอยากอ่านเรื่องราวของพวกเค้าก็ที่นี่เลยค่ะ
http://www.welikeitraw.com/rawfood/before-and-after-photos.html ไปดูซิว่าพวกเค้าแต่ละคนลดได้คนละกี่กิโล
กำลังเริ่มทานraw foodอยู่เลยค่ะ แต่ละมื้อเช้าเพราะต้องกินที่แม่ทำ
ReplyDeleteรู้สึกดีขี้นจริงๆอะ
ก่อนหน้านี้เน้นกินมังสวิรัติอยู่แล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นraw
รู้สึกสบายตัว ไม่อึดอัดเหมือนตอนกินอาหารปรุงสุกเลย
ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้ผลอะไรมากมายนะเนี่ย
^______^
ดีใจที่ได้ยินค่ะ ^_^ ผักผลไม้ทานเยอะๆได้พลังงานและกากใยอาหารช่วยขับถ่ายด้วย ต่อให้กินเยอะแค่ไหนก็ไม่รู้สึกขึ้นอืดเหมือนกินพวก cooked food ค่ะ :D
ReplyDeleteขอให้มีสุขภาพนะคะคุณ HUAHUATO ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเฟิส เริ่มทานrawแล้วค่ะ เป็นcook1 มื้อกลางวันเหมือนตอนคุณเฟิสเริ่มใหม่ๆเลย
ReplyDeleteตั้งแต่วันแรกที่กินก็รู้สึกเลยว่าตัวเบาขึ้น จากนั้นต่อๆมาก็พบว่าความต้องการในการนอนน้อยลง ร่าเริงขึ้น
แต่ว่าคิดว่าตัวเราน่าจะขาดสารอะไรบางอย่างไป รู้สึกว่าตามันปรอยๆ -*-
บางทีมันก็ยังงงๆอยู่ว่าอะไรยังไง อะไรกิน อะไรไม่กิน
แต่ก็ลงมือกินแล้วค่ะ เแล้วค่อยปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับตัวเอง
สวัสดีค่ะคุณ siampansey
ReplyDeleteเป็นสัญญาณที่ดีค่ะ ที่รู้สึกดีขึ้นหลังจากกิน Raw มากขึ้น จำความรู้สึกตัวเบาและอารมณ์แจ่มใสไว้นะ มันจะช่วยเป็นแรงผลักดันให้คุณอยากมีสุขภาพดีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันก็หมายถึงความสุขที่เพิ่มขึ้นด้วยใช่มั้ยล่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ส่วนที่บอกว่าตาปรอยๆ เข้าใจว่าคุณคงง่วงนอน ไม่ก็อาจจะรู้สึกว่าร่างกายไม่มีพลังงาน ต้องขอแนะนำว่าการกินแบบ Raw ต้องกินเยอะๆค่ะ ผักผลไม้มีแคลอรี่ต่ำคุณต้องกินเยอะๆ ไม่เหมือนกับกินแบบเป็นของว่าง แต่ต้องกินให้อิ่มและให้ได้ปริมาณ 2500-3000 แคลอรี่ต่อวันตามที่่ร่างกายต้องการ เปรียบเหมือนรถที่ต้องการเชื้อเพลิงเต็มถังเพื่อการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ คุณก็ควรได้รับพลังงานเต็มร้อยเช่นกัน และเน้นที่ผลไม้เพราะมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมาก เซลล์ทุกเซลล์ต้องการน้ำตาลในการทำงานแต่ต้องเป็นน้ำตาลจากผลไม้ที่ไม่ทำให้อ้วนและไม่เกิดเบาหวาน
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับว่ากินอะไรได้ไม่ได้ ตรงนี้เฟิร์สช่วยแนะนำได้นะคะ แต่รบกวนขอข้อมูลเกี่ยวกับอาหารทีคุณกินด้วยว่าคุณกินอะไรบ้างน่ะค่ะ
สู้ๆนะคะ ดีใจด้วยที่สุขภาพดีขึ้นค่ะ ^^
จะรอดูนางแบบตอนผอมลงครับ.
ReplyDelete